MM88UP Splash Screen Icon

เมนู

คอนเฟิร์มอนาคตหลังพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

คอนเฟิร์มอนาคตหลังพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกของลิเวอร์พูล ออกมายืนยันอนาคตของตัวเอง หลังสามารถพาหงสืแดงคว้าแชปม์พรีเมียร์ลีก อังกฟษ มาครองได้สำเร็จ

คอนเฟิร์มอนาคตหลังพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ยืนยัน มีความสุขดีกับชีวิตค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ ไม่มีความคิดที่จะย้ายทีมแต่อย่างใด

สำหรับ ซาลาห์ วัย 28 ปีโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ซัดไปแล้ว 17 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ช่วยให้หงส์แดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 มาครองอย่างยิ่งใหญ่ และจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมทำให้เขามีข่าวเกี่ยวโยงกับ เรอัล มาดริด อย่างไรก็ตาม ซาลาห์ ยังแฮปปี้กับหงส์แดง

ซาลาห์ กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องยอดเยี่ยมมากกับการทำประตูเพื่อช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะไปเรื่อยๆ ดังนั้นผมรู้สึกว่าผมมีความสุขกับที่นี่ ผมกำลังทำผลงานได้ดี ทุกอย่างกับทีมก็ราบรื่น และเราก็คว้าแชมป์มาครองได้ ทุกอย่างดีมากๆ และผมก็มีความสุขกับมัน เราทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้แฟนบอลมีความสุข แต่ถ้าไม่มีแฟนบอลคอยสนับสนุนเราก็คงไม่สามารถทำได้

แน่นอนว่าแฟนบอลของราทำได้ดีมากทั้งในแอนฟิลด์และเกมเยือน ผมมีความสุขมากๆ เลย มันเป็นความรู้สึกที่น่าเหลือเชื่อสำหรับทุกคน สำหรับแฟนๆ ทั่วโลก ตอนที่ผมย้ายมาที่นี่ผมบอกว่าผมอยากได้แชมป์พรีเมียร์ลีก มันคือสิ่งแรกในหัวของผม ผมอยากได้ทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมเปียนส์ลีก มีคนบอกว่าถ้าเลือกได้ อยากได้แชมป์ไหนมากกว่ากัน? แต่ตอนนี้ผมพูดได้แล้วว่าผมได้แล้วทั้งสองแชมป์!”

โมฮาเหม็ด ซีดาน อดีตแข้งดาวดังทีมชาติอียิปต์ ยืนยันหนักแน่นว่า ตนจะประสบความสำเร็จได้ยิ่งใหญ่กว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จาก ลิเวอร์พูล แน่ ๆ หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันสำหรับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

“ที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้ ไม่ได้เป็นการโอ้อวดว่าตัวเองเล่นฟุตบอลเก่งกว่า โม ซาลาห์ หรืออะไรทำนองนั้น แต่แค่อยากเล่าให้ฟังเฉย ๆ” ตำนานอียิปต์ กล่าวกับ Alnahar เยอร์เกน คล็อปป์ เคยบอกไว้ตั้งแต่สมัยทำงานร่วมกันที่ ดอร์ทมุนด์ ว่าผมจะประสบความสำเร็จและมีฝีเท้าเหนือกว่าที่ตัวเองคิดเอาไว้หลายเท่า หากทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี”

“ซึ่งเอาจริง ๆ ก็คิดแหละว่าตัวเองน่าจะคว้าแชมป์และเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่กว่า ซาลาห์ ได้ถ้าหากเส้นทางค้าแข้งของเรามีเงื่อนไขเหมือนกันเป๊ะ ๆ ทั้งในและนอกสนาม สิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ ผมได้รับบาดเจ็บรุนแรงบ่อยเกินไป และก็ต้องรับการผ่าตัดหัวเข่าและหลังอยู่หลายครั้ง ซึ่งมันไม่ได้ช่วยให้กลับมาสมบูรณ์เต็มร้อยเลย นี่แหละคือจุดเปลี่ยนของชีวิต”

ในชั่วโมงนี้คงไม่มีคอบอลคนไหนไม่รู้จัก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) นักเตะวัย 26 ปี ที่ถูกแฟนบอลลิเวอร์พูลขนานนามว่า เขาคือฟาโรห์แห่งอิยิปต์ (King of Egypt) ภายหลังจากที่เขาได้ก้าวเข้ามาเป็นแนวรุกคนสำคัญของทีมและพาสโมสรประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม แต่รู้หรือไม่ ในอีกแง่มุมหนึ่ง ฟาโรห์คนนี้คือชายชาวมุสลิมผู้เคร่งศาสนาและมีความหวังที่จะเชื่อมรอยต่อความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมและคนในประเทศอังกฤษด้วยเช่นกัน

จากเด็กในเมืองนากริงประเทศอียิปต์ที่ต้องไล่ตามความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ถึงขนาดยอมนั่งรถประจำทางไปกลับนานถึง 9 ชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะได้ฝึกซ้อมฟุตบอลที่เขารัก สุดท้ายโมฮาเหม็ด ซาลาห์ กลายมาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก การันตีด้วยรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ด้วยผลงานในฤดูกาลนั้นที่ยิงไปถึง 44 ประตู อีกทั้งพาทีมลิเวอร์พูล สโมสรที่ค้าแข้งอยู่เข้าชิงชนะเลิศรายการยูฟาแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาล 2017/2018 นั่นก็เพียงพอแล้วที่เราจะสามารถยกย่องให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปีนั้น

หากคุณเคยรับชมลีลาการเล่นฟุตบอลของกองหน้าทีมลิเวอร์พูลรายนี้ นอกจากจุดเด่นเรื่องความเร็วในการเคลื่อนตัวและการจบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายอันเฉียบคมแล้วนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญพาเขาเข้าไปแตะความสำเร็จได้ นั่นคือ ความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยานที่จะต้องการพิสูจน์ถึงความสามารถของเขาเอง

มีอยู่ช่วงหนึ่ง สมัยที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังเล่นฟุตบอลให้กับสโมสรบาเซิล ทีมฟุตบอลจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเกมส์ยูฟาแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2013 ทีมเขาต้องพบกับทีมยักษ์ใหญ่อย่างเชลซี แมตช์นั้นหลังจากที่เชลซียิงนำไปก่อน 1-0 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ยิงตีตื้นกลับมาเป็น 1-1 และสุดท้ายบาเซิลพลิกแซงชนะเชลซี 2-1

ในเกมส์นั้น ลูกยิงตีเสมอของซาลาห์คือประตูสำคัญที่นำชัยชนะมาสู่บาเซิล เพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลต่างกล่าวชื่นชมและยกย่องในตัวเขาเป็นอย่างมาก ทว่าสิ่งที่ซาลาห์กลับพูดต่อ บอร์นาร์ด ฮอยด์เลอร์ ประธานสโมสรบาเซิล นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งอย่างสิ้นเชิง

“ซาลาห์บอกกับผมว่า ‘ท่านประธานครับ มันไม่ถูกต้องเท่าไหร่ ผมมีโอกาสยิงเกมนี้ทั้งหมด 7 ครั้ง โดย 6 ครั้งแรกมันไม่แม้แต่จะเข้ากรอบ แต่ที่ผมกล้ายิงมันอีกครั้ง ก็เพราะว่าความเชื่อมั่นที่ผู้จัดการทีม เหล่าสตาฟฟ์โค้ช และเพื่อนร่วมทีมมีให้กับผม ทำให้ประตูนี้เกิดขึ้น’ ผมได้ยินแล้วก็ได้แต่คิดว่า ให้ตายเถอะ เด็กคนนี้พูดได้ดีจริง ๆ”

ความทะเยอทะยานส่งผลให้โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พัฒนาตัวเองมากยิ่งขึ้น จนสุดท้ายเขาได้กลายมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมลิเวอร์พูล และสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปี 2018 ได้ในที่สุด

“รางวัลนี้มันทำให้ผมรู้สึกดีมาก และมันก็ทำให้ผมอยากทำงานหนักขึ้นต่อไป” ซาลาห์กล่าว “เพราะถ้าหลังจากนี้ผมรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ไม่ได้ แฟนบอลคงไม่ยอมรับในตัวผมแน่ แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันนะ กลับกันมันเป็นความรู้สึกที่ดีที่ช่วยให้ผมพัฒนาด้วยซ้ำ” จากบทสัมภาษณ์ภายหลังได้รับรางวัล เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ดีว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่หยุดที่จะพัฒนาและพิสูจน์ให้แฟนบอลเห็นถึงความสามารถของเขา การเดินทางในอาชีพฟุตบอลของเขายังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

แต่สิ่งที่น่าสนใจในตัวเขายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะความทะเยอทะยานที่ต้องการพิสูจน์ตัวตนของเขาไม่ได้อยู่แค่เพียงในสนามฟุตบอล หากเราลองมองออกไปนอกสนามฟุตบอล โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คืออีกหนึ่งชาวมุสลิมคนสำคัญที่พยายามพิสูจน์ถึงภาพลักษณ์ของชาวมุสลิมและศาสนาอิสลามที่กำลังเป็นปัญหาในประเทศอังกฤษ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือนักฟุตบอลที่มีชาติกำเนิดจากประเทศอียิปต์ เขาปฏิบัติตนตามวิถีศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด แต่หลังจากซาลาห์ถูกซื้อตัวจากโรมามาลิเวอร์พูล เขาได้พบความจริงที่ว่า ในประเทศอังกฤษยังมีชนวนปัญหาและความรุนแรงระหว่างชาวอังกฤษกับคนมุสลิมอยู่จำนวนมาก

ผู้คนยังมีภาวะ Islamophobia (ความกลัวต่อศาสนาอิสลามและชาวมุสลิมอย่างรุนแรง) จากการได้เผชิญกับความรุนแรงของชาวมุสลิมในหลายเหตุการณ์ จึงส่งผลให้พวกเขาลุกฮือขึ้นมาต่อต้านชาวมุสลิมกันอย่างจริงจัง และเลยเถิดไปถึงการเหยียดและดูหมิ่นชาวมุสลิมที่อยู่ในประเทศอังกฤษ คอนเฟิร์มอนาคตหลังพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

MM88UP Application Icon