MM88UP Splash Screen Icon

เมนู

ทางเข้าเล่น

จ้องจะงาบของฟรี

จ้องจะงาบของฟรี

ลิเวอร์พูล จ้องของฟรีจาก เชลซี

จ้องจะงาบของฟรี หงส์แดง ลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่งศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่าพวกเขากำลังรอจังหวะดี ๆ เพื่อเซ็นสัญญาฟรี ๆ กับ วิลเลี่ยน ปีกจอมเก๋าชาวบราซิเลี่ยนของ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ช่วงหมดฤดูกาลนี้ สำหรับ วิลเลี่ยน มีแววที่จะแยกทางกับ สิงห์บลูส์ลอนดอน ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว หลังจากที่ที่สัญญาฉบับปัจจุบันใกล้จะหมดลงเต็มที แถมการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ ไม่สามารถตกลงกันได้

แม้ว่า แข้งบราซิเลียน รายนี้ได้ออกมาบอกว่า ตนเองต้องการสัญญาอยู่กับสโมสรต่อไปอีก 3 ปี แต่สื่อเผยว่าทีมดังแห่ง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ให้ได้เต็มที่เพียง 2 ปี นั่นเป้นสาเหตุหลักทำให้ทั้งสองฝ่ายยังตกลงกันไม่ได้ ขณะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือของทีม ก็มีแนวทางการทำทีมที่ชัดเจน โดยเน้นให้โอกาสบรรดาดาวรุ่งของทีม

ล่าสุด เมโทร สื่อดังในอังกฤษได้ออกมารายงานว่า ลิเวอร์พูล ว่าที่แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เป็นอีกหนึ่งทีมที่ให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญาแบบไร้ค่าตัวกับ วิลเลี่ยน ในซัมเมอร์นี้ วิลเลี่ยน เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าอยากจะเล่นใน พรีเมียร์ลีก ต่อไป ซึ่งข่าวล่าสุดกับ หงส์แดง น่าจะเป็นข่าวที่เจ้าตัวได้ยินแล้วอาจหูพึ่งได้เช่นกัน แต่ก็ไม่รู้ว่า สาวกลิเวอร์พูล จะว่าอย่างไรกันบ้าง ?

เจาะลึก 5 เหตุผลที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ควรคว้าตัว วิลเลียน ปีกเลือดแซมบ้าของ “สิงโตน้ำเงิน” เชลซี มาร่วมทัพ ความเคลื่อนไหวหลังจากที่ สปอร์ต สื่อดังของสเปน ประโคมข่าวว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เริ่มเปิดการเจรจากับ วิลเลียน ปีกทีมชาติบราซิล เพื่อคว้าตัวมาสู่ถิ่นแอนฟิลด์แบบไร้ค่าตัวในช่วงซัมเมอร์นี้ ถึงขั้นยื่นเสนอที่ดึงดูดใจให้ตัวนักเตะพิจารณาแล้วด้วยนั้น เรามาวิเคราะห์กันดีกว่าว่าทำไม ลิเวอร์พูล ควรสอย วิลเลียน ให้ได้

1.จ่อหมดสัญญา-ย้ายฟรี

วิลเลียน กำลังจะหมดสัญญากับเชลซีหลังจบฤดูกาลนี้ และแม้ว่าวิลเลียนจะต้องการอยู่กับเชลซีต่อไป แต่เชลซีไม่สามารถมอบสัญญาระยะยาว 3 ปีให้กับเขาได้ ทำให้เขาสามารถย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัว

2.เล่นได้หลายตำแหน่ง

วิลเลียน ถือเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ในแนวรุก เล่นตรงไหนก็ดีไปหมด ไม่ว่าจะเป็น ปีกขวา, ปีกซ้าย และ กองกลางตัวรุก เพราะเป็นนักเตะที่มีความเร็ว มีความคิดสร้างสรรค์ ยิงประตูได้ดีรวมถึงลูกตั้งเตะและการซัดฟรีคิกอันแสนเฉียบขาด ที่น่าจะเข้ามาเติมเต็มหงส์แดงให้สมบูรณ์แบบขึ้นได้

3.ประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก

วิลเลียน ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มา 7 ปีแล้ว นับตั้งแต่ย้ายมากจาก อันจิ มาคัชคาลา เมื่อปี 2013 ดังนั้นดึงมาแล้วสามารถใช้งานได้เลยทันที ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย

4.มีแข้งบราซิลช่วยปรับตัว

สืบเนื่องจากข้อ 3 เหตุผลที่จะช่วยให้ วิลเลียน ปรับตัวได้ง่ายขึ้นกับลิเวอร์พูล ก็เพราะหงส์แดงมีนักเตะแซมบ้าอยู่ในทีมถึง 3 ราย คือ อลิสสัน เบคเกอร์, ฟาบินโญ และ โรแบร์โต เฟอร์มิโน

5.กระหายแชมป์ยุโรป

วิลเลียนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว 2 สมัยกับเชลซีก็จริง แต่เชื่อว่าถ้วยแชมป์ที่เขาอยากประสบความสำเร็จมากที่สุดในเวลานี้ก็คือ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่เขายังไม่เคยสัมผัสเลยแม้แต่ครั้งเดียว และด้วยวัย 31 ปี มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะสมหวังเสียที และด้วยศักยภาพของลิเวอร์พูลน่าจะช่วยให้เขาไปถึงฝั่งฝันได้

ทัพ “หงส์แดง” เตรียมที่จะได้ตัว วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิลของ เชลซี มาร่วมทีมแบบฟรีๆ หลังจบซีซั่นนี้ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันแล้ว มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยกันเลยทีเดียว สำหรับ วิลเลี่ยน ปีกตัวเก๋าของ “สิงห์บลูส์” เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก เมื่อ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของสเปน ออกมาตีข่าวว่า เจ้าตัวกำลังอยู่ในช่วงเจรจากับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เกี่ยวกับเรื่องการย้ายไปค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ แบบไร้ค่าตัวหลังจบฤดูกาลนี้

วิลเลี่ยน ในวัย 31 ปี กำลังจะหมดสัญญากับ เชลซี หลังจบฤดูกาลนี้ และเวลานี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการต่อสัญญาใหม่ ทำให้คาดกันว่า ดาวเตะแซมบ้า จะย้ายออกจากทีมค่อนข้างแน่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวว่านักเตะจะย้ายไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ในลา ลีกา สเปน รวมถึง อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สองทีมคู่แข่งร่วมกรุงลอนดอน ก็สนใจดึงตัวไปเช่นเดียวกัน

ทว่า ล่าสุด กลายเป็น “หงส์แดง” ที่ขึ้นมาเป็นเต็ง 1 ที่จะได้ตัว วิลเลี่ยน ไปร่วมทีม เพราะเริ่มมีการเปิดโต๊ะเจรจากันแล้ว หลังจากทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ได้ยื่นข้อเสนออันน่าดึงดูดใจให้กับตัวนักเตะพิจารณา

ทั้งนี้ วิลเลี่ยน ย้ายมาจาก อันจิ มาคัชคาล่า มาร่วมทีม เชลซี เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ลงสนามไปแล้วทั้งสิ้น 329 นัด และยิงได้ 59 ประตู ด้วยกัน นอกจากประเด็นเรื่องที่ว่าจะกลับมาเตะกันให้จบฤดูกาลได้หรือไม่นั้น อีกหนึ่งประเด็นของวงการฟุตบอลอังกฤษที่หลายคนสนใจในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาคือกรณีที่ สปอร์ต สื่อกีฬาของแคว้นกาตาลุนย่าเล่นข่าวว่า ลิเวอร์พูล กำลังเจรจาเพื่อคว้าตัว วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนของ เชลซี ไปร่วมทีมอยู่

สาเหตุที่ สปอร์ต นำเสนอเรื่องนี้ทั้งที่มันเป็นข่าวเกี่ยวกับวงการฟุตบอลอังกฤษก็เพราะว่าที่จริงแล้วตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า ตกเป็นข่าวกับ วิลเลี่ยน อย่างหนักเช่นกัน และแข้งเลือดแซมบ้าก็ส่อแววที่จะต้องบอกลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจบฤดูกาลนี้ (ไม่ว่าจะกลับมาเตะกันได้เมื่อไหร่ หรือจะกลับมาเตะกันได้หรือไม่) เพราะเขายังไม่สามารถหาข้อตกลงเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับ เชลซี ได้ ทั้งที่สัญญาฉบับปัจจุบันจะหมดลงในวันที่ 30 มิถุนายนนี้แล้ว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีนักเตะหลายคนที่เคยผ่านประสบการณ์กับ เชลซี ก่อนจะไปเล่นที่อื่นแล้วค่อยมาซบ ลิเวอร์พูล อย่างเช่น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (เชลซี–>โรม่า–>ลิเวอร์พูล), เกล็น จอห์นสัน (เชลซี–>พอร์ทส์มัธ–>ลิเวอร์พูล) และ เบาเดอไวจ์น เซนเด้น (เชลซี–>มิดเดิ้ลสโบรห์–>ลิเวอร์พูล) เป็นต้น แต่ขณะเดียวกันมันก็เคยมีคนที่ย้ายจาก เชลซี มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ทันทีเหมือนกัน อย่างเช่น 3 คนต่อไปนี้

 – โจ โคล (เชลซี 2003-10, ลิเวอร์พูล 2010-13)

สมัยที่เขายังอายุน้อยนั้น โคล ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองอย่างมากของวงการฟุตบอลอังกฤษ เขาโชว์ลีลาและเทคนิคที่น่าประทับใจได้ตอนอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก่อนที่ เชลซี จะดึงเขาไปร่วมทีมในปี 2010 โคล ถือว่าเป็นแข้งคนสำคัญคนหนึ่งตอนอยู่กับยอดทีมแห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมถึงประสบความสำเร็จร่วมกับทีมอย่างมาก อย่างเช่นการได้แชมป์ลีก 3 สมัย และแชมป์ เอฟเอ คัพ 2 หน อย่างไรก็ตาม สุดท้ายเขาก็ต้องหันหลังให้กับ เชลซี หลังจากหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปี 2010 ลิเวอร์พูล ไม่ปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไป พวกเขาดึง โคล มาร่วมทัพแบบไร้ค่าตัวในอีกไม่กี่วันต่อจากนั้นทันที ส่งผลให้เขาเป็นการเสริมทัพรายแรกของ รอย ฮ็อดจ์สัน ในฐานะผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับทีมได้ จนเคยโดนปล่อยให้ ลีลล์ ยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาล 2011-12 แล้วก็ต้องบอกลาถิ่น แอนฟิลด์ แบบถาวร เพื่อกลับไปอยู่กับ เวสต์แฮม ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2013

 – แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (เชลซี 2009-13, ลิเวอร์พูล 2013-19)

สเตอร์ริดจ์ โดนจับตามองตั้งแต่ตอนอยู่กับอะคาเดมี่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้ว และตอนที่ เชลซี คว้าตัวเขาไปร่วมทีมนั้น แฟนบอล “สิงโตน้ำเงินคราม” บางส่วนก็ตั้งความคาดหวังเอาไว้ว่า สเตอร์ริดจ์ จะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหอกคนสำคัญของทีมได้ ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2010-11 สเตอร์ริดจ์ โดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส และเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นด้วยการทำไป 8 ประตู จากการลงเล่นในลีก 12 นัด ส่งผลให้พอถึงซีซั่นต่อมา เชลซี ให้โอกาสเขาได้ลงเล่นในลีกมากถึง 30 เกม และเจ้าตัวก็ทำได้ 11 ประตู อย่างไรก็ตาม เขาก็โดนขายให้กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวราว 12 ล้านปอนด์ ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2013

ในสีเสื้อของ ลิเวอร์พูล สเตอร์ริดจ์ โชว์ผลงานได้สุดยอดอย่างมาก โดยทั้งที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมในครึ่งหลังของฤดูกาล 2012-13 เขาก็สามารถทำประตูในลีกได้ถึง 10 ลูก จากการลงเล่น 14 นัด และพอถึงซีซั่น 2013-14 เขาก็ทำประตูในลีกได้ถึง 21 ลูก จากการลงเล่น 29 เกม จนเป็นรองดาวซัลโวสูงสุดของ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นนั้น แพ้เพียง หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าเพื่อนร่วมทีมที่ทำไป 31 ประตู เพียงคนเดียวเท่านั้น น่าเศร้าที่สุดท้ายแล้วในฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูล ต้องชวดแชมป์ลีกไป

สเตอร์ริดจ์ ได้รับการกำหนดให้เป็นหัวหอกเบอร์ 1 ของทีมสำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2014-15 หลังจากที่ ซัวเรซ ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า แต่โชคชะตาช่างเล่นตลก เขาได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องจนทำให้ตลอดทั้งฤดูกาลนั้นได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 12 นัด และหลังจากนั้นบทบาทของเขากับ ลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้สำคัญเหมือนเก่า จนสุดท้ายต้องบอกลาทีมในปี 2019

– ไนเจล สแป็คแมน (เชลซี 1983-87, ลิเวอร์พูล 1987-89)

อย่างไรก็ตาม เขาเป็นหนึ่งในนักเตะของ เชลซี ที่มีปัญหากับ จอห์น ฮอลลินส์ ผู้จัดการทีม เชลซี ในตอนนั้น จนสุดท้ายก็ย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1987 ด้วยค่าตัว 400,000 ปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงระดับหนึ่งในสมัยนั้น ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 1986-87 สแป็คแมน ได้ลงเล่นเกม ลีก คัพ นัดชิงชนะเลิศกับ อาร์เซน่อล ด้วย ก่อนที่ “หงส์แดง” จะแพ้ไป 1-2 อย่างไรก็ตาม ในซีซั่นต่อมาเขากฅ็ลบล้างความผิดหวังนั้นได้ด้วยการได้แชมป์ลีกสูงสุดร่วมกับ ลิเวอร์พูล โดยหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้เป็นตัวหลักของทีมมากเท่าไหร่ ก่อนที่จะแยกทางกับทีมแล้วไปอยู่กับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1989

อย่างไรก็ตาม ซีซั่นเดียวที่ สเตอร์ริดจ์ ได้ลงเล่นในลีกกับ เชลซี อย่างต่อเนื่องคือฤดูกาล 2011-12 โดยซีซั่นนั้นเขาได้ลงเล่นในลีกไป 30 นัด พร้อมกับทำได้ 11 ประตู โดยที่จริงแล้วในซีซั่น 2010-11 เขาเคยทำผลงานได้โดดเด่นกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ตอนย้ายไปเล่นด้วยสัญญายืมตัวในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ด้วยการทำไป 8 ประตู จากการลงเล่นในลีก 12 นัด จ้องจะงาบของฟรี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง