MM88UP Splash Screen Icon

เมนู

ทางเข้าเล่น

ตาลุกวาว

ตาลุกวาว

“เอ็มบัปเป” ส่อลดค่าตัวอีก

ตาลุกวาว งานนี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีลุ้นขึ้นมาทันที หลังมีการระบุว่า คีเลียน เอ็มบัปเป ยอดดาวยิงของปารีส แซงต์ แชร์แมง ค่าตัวส่อลดลงจากเดิมมหาศาล ดาเนียล โคห์น เบนดิต นักการเมืองชาวฝรั่งเศส อ้างว่า คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ของ ปารีส แซงต์ แชร์แมง ค่าตัวอาจลดเหลือเพียง 40 ล้านยูโร เท่านั้น ด้วยผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ปารีส แซงต์ แชร์แมง สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส น่าจะพิจารณาปล่อยตัว คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ถ้าได้ค่าตัวสถิติโลกใหม่ 250 ล้านปอนด์

เอ็มบัปเป วัย 21 ปี ที่ซัดไปแล้ว 18 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 20 นัดในลีก เอิง ฝรั่งเศส ฤดูกาลนี้มาร่วมทีม หากต้องเสีย ซาดิโอ มาเน กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติเซเนกัล ให้กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะมีข่าวว่า เรอัล มาดริด ได้ติดต่อไปหาเอเย่นต์ของ มาเน แล้วด้วย

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวจาก เดอะ ซัน สื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า ถ้า ลิเวอร์พูล อยากได้ เอ็มบัปเป จริงๆ จะต้องจ่ายค่าตัวแพงที่สุดเป็นสถิติโลกที่ 250 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว นั่นหมายความว่าดีลนี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ หงส์แดง ปล่อย มาเน ออกจากทีมด้วยค่าตัว 150 ล้านปอนด์ ส่วนที่เหลือก็น่าจะได้เม็ดเงินจาก ไนกี้ เข้ามาช่วย

เอ็มบัปเป วัย 21 ปี ที่ซัดไปแล้ว 90 ประตู จากการลงเล่น 120 นัดรวมทุกรายการให้กับเปแอสเช เคยถูกประเมินค่าตัวไว้สูงถึง 200 ล้านยูโร และกำลังตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจากทีมลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตาม โคห์น เบนดิต มองว่าด้วยผลกาะทบจากไวรัสร้ายดังกล่าว จะทำให้เอ็มบัปเปมีค่าตัวที่ถูกลงกว่าเดิมมาก

โคห์น เบนดิต กล่าวว่า “เมื่อวิกฤติไวรัสโคโรนาผ่านพ้น เอ็มบัปเปจะไม่ได้มีมูลค่ามากกว่า 40 ล้านยูโร น้อยลงจากเดิมที่มีมูลค่า 200 ล้านยูโร แล้วใครจะซื้อเขาได้ล่ะ? วิกฤติครั้งนี้จะทำให้เกิดความไร้เหตุผลของกีฬาอาชีพ ราวกับว่ามีการถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์และทุกอย่างจะต้องถูกสร้างขึ้นมาใหม่”

คีเลียน เอ็มบัปเป้ สามารถลดช่องว่างระหว่างเขากับ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในอันดับของบัลลงดอร์ได้ โดยการย้ายไปทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก อย่างลิเวอร์พูล เมื่อตลาดนักเตะเปิดขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งนี้แนวรุก 21 ปีประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ย้ายออกจากโมนาโกเมื่อปี 2017 ซัดไป 90 ประตู จาก 120 เกม ในระดับสโมสร และคว้าแชมป์ลีก เอิงได้ 2 สมัยติดต่อกัน แม้ว่าเอ็มบัปเป้และเพื่อนร่วมทีมของเขามีแนวโน้มว่าจะคว้าแชมป์อีกสมัยเมื่อฟุตบอลกลับมาแข่งอีกรอบ แต่สปอตไลท์ในทีมไม่ได้พุ่งมาที่เขาคนเดียว เพราะต้องแชร์ความสนใจในทีมกับเนย์มาร์, เมาโร อิคาร์ดี้, เอดินสัน คาวานี่ ฯลฯ

และจากข่าวที่ออกมาตอนนี้ว่า เรอัล มาดริด กำลังตั้งเป้าตามล่าตัว ซาดิโอ มาเน่ มาร่วมทีม ทำให้การได้ตัวดาวรุ่งจากเปแอสเชรายนี้มาร่วมถิ่นแอนฟิลด์จึงมีความน่าสนใจมากๆ และนี่คือเหตุผลสำคัญ 6 ประการว่าทำไม เอ็มบัปเป้ จึงควรย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูล

1. เป็นที่ต้องการในฐานะตัวแทนของซาดิโอ มาเน่

หากมาเน่ย้ายไปสเปนเพื่อหาความท้าทายใหม่ แน่นอนว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะต้องการตัวตายตัวแทนโดยตรงมาร่วมทีม โดยแนวรุกวัย 28 ซัดไป 46 ประตูในพรีเมียร์ ลีก ตลอด 2 ฤดูกาลครึ่งที่ผ่านมา ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นหนึ่งในแนวรุกที่อันตรายที่สุดของทัพ ‘หงส์แดง’ อดีตแข้งเซาแธมป์ตัน ยังมีบทบาทสำคัญในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นถ้วยที่เอ็มบัปเป้ยังไม่เคยสัมผัส ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสจะยังเป็นเป้าหมายของลิเวอร์พูลแม้มาเน่จะอยู่อยู่แต่โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ย้ายออกไป เพราะพวกเขายังไม่มีตัวแทนโดยตรงที่พร้อมก้าวขึ้นมาในทีม

2. เพื่อก้าวออกไปจากเงาของเนย์มาร์

เอ็มบัปเป้กล่าวไว้ในงานประกาศรางวัลของลีก เอิง เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาว่า “มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ สำหรับผม ผมมาถึงจุดเปลี่ยนในอาชีพของผม” “ผมได้ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมายที่นี่ และผมรู้สึกว่า อาจเป็นช่วงเวลาที่ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น” “ผมหวังว่า จะได้อยู่ที่ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งจะเป็นความยินดีอย่างยิ่ง หรือบางทีก็เป็นที่อื่นกับโปรเจ็กต์ใหม่ๆ” ซึ่งบ่งบอกเป็นนัยๆ ว่า เขากำลังหมดความอดทนในการเล่นเป็นแบ็คอัพของเนย์มาร์ ซึ่งสโมสรได้ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาลเมื่อปี 2017

3. โอกาสที่จะพิสูจน์ว่าเขาสามารถทำได้ในลีกที่แตกต่างกัน

เอ็มบัปเป้ไม่มีอะไรเหลือที่จะต้องพิสูจน์ในฝรั่งเศสหลังจากคว้าแชมป์ลีกมาได้ 2 สมัยและบอลถ้วยในประเทศอีก 2 ถ้วยในฤดูกาลแรกกับสโมสร คำวิจารณ์อย่างหนึ่งเกี่ยวกับเมสซี่ที่คว้าบัลลงดอร์ 6 สมัย คือเขาคว้าแชมป์ได้แค่ลีกเดียวจาก 5 ลีกหลักของยุโรป ส่วนคริสเตียโน่ โรนัลโด้ คว้าแชมป์มาได้ 3 ลีกแล้วหลังจากย้ายมาร่วมทีมยูเวนตุส โดยอดีตกองหน้าโมนาโกสามารถสิ้นสุดการรอคอยแบบนั้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการค้าแข้งซึ่งอาจจะช่วยให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้

4. สามารถกลายเป็นตำนานของเดอะ ค็อปได้อย่างง่ายดาย

คล็อปป์ เคยเตือนฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ก่อนที่เขาจะย้ายไปบาร์เซโลน่า แฟนๆ ลิเวอร์พูลจะแสดงความรักอย่างล้นเหลือต่อผู้เล่นหากพวกเขาแสดงความภักดีต่อสโมสร คูตินโญ่เลือกที่จะย้ายไปร่วมทีมกับบาร์เซโลนา แต่หลังจากนั้นก็ถูกส่งไปยืมตัวกับบาเยิร์น มิวนิค และคำพูดของผู้จัดการทีมชาวเยอรมนีก็สามารถใช้เป็นสาส์นที่ส่งถึงเอ็มบัปเป้ได้ เขากล่าวว่า “จงอยู่ที่นี่และพวกเขาจะสร้างรูปปั้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นาย” “ไปที่อื่นๆ, บาร์เซโลนา, บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด นายจะเป็นแค่ผู้เล่นอีกคน ที่นี่นายสามารถเป็นอะไรได้มากกว่านั้น”

5. สามารถดีขึ้นภายใต้การคุมทีมของคล็อปป์

ความสามารถของคล็อปป์ในการงัดเอาสิ่งที่ดีที่สุดของผู้เล่นออกมาของเขานั้นได้รับการยืนยันจากการที่สามารถพาทีมเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยติดต่อกันและการนำโด่งเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก เหนืออันดับ 2 ถึง 25 แต้ม ตลอดไปจนถึงความสามารถในเกมรุกของนักเตะอย่างเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแนวรับที่ดีที่สุดในโลก ด้านดิว็อค โอริกี้, ซาลาห์ และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ได้ค้นพบระดับความสามารถใหม่ๆ ภายใต้การทำทีมของกุนซือเยอรมัน และถ้าเอ็มบัปเป้ ทำได้ดีขึ้นในระดับเดียวกัน เขาก็จะเดินทางเข้าสู่การคว้าบัลลงดอร์เป็นสมัยแรก

6. มีโอกาสมากที่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

หลังจากคว้าแชมป์ลีกและแชมป์บอลถ้วยในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในฝรั่งเศสและฟุตบอลโลกกับทีมชาติในปี 2018 ก็เหลือแค่แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยังว่างอยู่ในตู้โชว์ แม้ว่าลิเวอร์พูลจะตกรอบรายการนี้ไปแล้วในปีนี้ แต่การคว้าแชมป์มาครองถึง 6 สมัยก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในทวีปนี้ ในทางกลับกัน เปแอสเช ยังไม่เคยผ่านรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม หลังคัมแบ็คกลับมาเอาชนะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็ทำให้เอ็มบัปเป้ มีโอกาสที่จะย้ายออกจากทีมหลังจากที่พวกเขาประสบความสำเร็จในเวทีที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปได้เหมือนกัน

ดาเนี่ยล โคห์น-เบนดิต นักการเมืองดินแดนน้ำหอม คาดการณ์ค่าตัวของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ มีสิทธิ์ร่วมกราวรูดเหลือแค่ 35-40 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งมีผลต่อเนื่องจากวิกฤติไวรัสมรณะระบาด จนเศรษฐกิจตกสะเก็ดไปทั่วโลก ระบุในเวลานี้จะมีทีมไหนซื้อนักเตะด้วยค่าตัวตามราคาตลาดได้อีกละ

ดาเนี่ยล โคห์น-เบนดิต นักการเมืองชาวฝรั่งเศส แสดงความเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ค่าตัวของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าแห่งอนาคต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะเหลือเพียงแค่ 40 ล้านยูโร (ราว 1,400 ล้านบาท) เนื่องจากผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก

กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นให้ “เปแอสเช” โดยซัดรวมไปแล้ว 90 ประตูจากการเล่น 120 เกมในทุกรายการ ทำให้มีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่รวมทั้ง เรอัล มาดริด และ ลิเวอร์พูล พร้อมทุ่มเงินเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีม

ในปัจจุบันราคาตลาดของ เอ็มบัปเป้ ซึ่งได้รับการเชิดชูว่าเป็นนักเตะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่สุดในยุคนี้ มีมูลค่าประมาณ 200 ล้านยูโร (ราว 7,000 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม โคห์น-เบนดิต มองว่าค่าตัวขนาดนั้นคงไม่มีทางเป็นไปได้ในยุคที่เศรษฐกิจพังพินาศจากการระบาดของโควิด-19

โคห์น-เบนดิต ซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภายุโรป กล่าวว่า “พรุ่งนี้ เอ็มบัปเป้ อาจมีค่าตัวแค่ 35-40 ล้านยูโร (ราว 1,225-1,400 ล้านบาท) ไม่ใช่ 200 ล้านยูโร มีทีมไหนจะซื้อเขาได้บ้างละ ? วิกฤติครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการนำไปสู่ความไร้เหตุผลในวงการกีฬาอาชีพ มันก็เหมือนกับการถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์ และทำให้ต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ มันมีปัจจัยเรื่องกฎระเบียบต่างๆ  มันจะต้องมีแนวคิดที่ไปไกลกว่าการควบคุมเพดานค่าเหนื่อย การปฎิรูปจะไม่ใช่แค่ส่งผลกับค่าเหนื่อยนักเตะเท่านั้น แต่จะรวมไปถึงเรื่องลิขสิทธิภาพลักษณ์ และค่าโฆษณาด้วย” โคห์น-เบนดิต ระบุ ตาลุกวาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง