MM88UP Splash Screen Icon

เมนู

ต้องจารึกลงประวัติศาสตร์เจลีก

ต้องจารึกลงประวัติศาสตร์เจลีก

ฟรอนตาเล่ทำสถิติชนะติดต่อกันมากสุด

ต้องจารึกลงประวัติศาสตร์เจลีก คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ทีมที่กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทัพของ โทรุ โอนิกิ ล่าสุด ฟรอนตาเล่ ทุบสถิติชนะติดต่อกันในศึกเจลีก หลังเปิดบ้านไล่ยิงแซงถล่มเอาชนะ เซเรโซ โอซาก้า 5-2

สถิติที่เกิดขึ้นหลังที่ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ คว้าชัยเหนือ เซเรโซ โดยเป็นทีมที่ชนะติดต่อกัน 10 นัด และเป็นการชนะในเวลา 90 นาทีภายในฤดูกาลเดียวกัน และทีมแรกในประวัติศาสตร์เจลีกในทันที นอกจากนี้ฟรอนตาเล่ ยังเป็นทีมแรกของเจลีกที่ทำแต้มได้เกิน 30 แต้ม ใน11 เกมอีกด้วย

สำหรับคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ลงสนามทั้งหมด 11 นัด ชนะ 10 นัด เสมอ 1 นัด ยิงคู่แข่งไปทั้งหมด 34 ประตู เสียเพียง 9 ประตู และเก็บได้ 31 แต้ม นำจ่าฝูงเจลีก1 ในเวลานี้ โปรแกรมนัดต่อไปของคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ จะไปเยือน นาโกย่า แกรมปัส ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม เวลา 16.00 น.

เป็นอีกหนึ่งทีมในลีกลูกหนังแดนปลาดิบที่แฟนบอลหลายคนต้องรู้จัก หลังจากช่วงระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จมีถ้วยรางวัลติดมือมาประดับไว้ที่สโมสรทุกปี นั่นคือเหล่าขุนพล “โลมาฟรอนตา” คาวาซากิ ฟรอนตาเล่

ยอดทีมแห่งจังหวัดคานางาวะ ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อปี 1955 โดยมีชื่อเดิมคือสโมสร “ฟูจิตสึ ซ็อคเกอร์ คลับ” ก่อนถัดมาเพียงแค่ 2 ปีจะกลายเป็นชื่อ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ที่ทำให้แฟนฟุตบอลได้รู้จักนับตั้งแต่นั้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ดีหนทางกว่าจะถึงเส้นชัยสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เหมือนกับปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อย้อนกลับไปปี 1999 ฟรอนตาเล่สามารถคว้าแชมป์ลีกพระรองอย่างเจทู ขึ้นสู่ลีกสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์สโมสร ทว่าอยู่บนลีกสูงสุดเพียงแค่ปีเดียวก็ต้องปาดน้ำตากลับลงไปสู่จุดเดิมอีกครั้ง หลังจบรองบ๋วยในฤดูกาล 2000

ทำให้ฟรอนตาเล่ยังคงวนเวียนอยู่เพียงแค่ลีกระดับเจทูถึง 3 ปีเต็มตั้งแต่ปี 2001, ปี 2002 และปี 2003 แต่ความหวังของ “ทาคาชิ เซกิสุกะ” กุนซือที่เข้ามาคุมทีมในปี 2004 ก็สามารถพาฟรอนตาเล่คัมแบ็กขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้ง พร้อมสร้างสถิติอันสวยหรูเมื่อเก็บแต้มไป 105 แต้มจาก 44 นัด แถมยังทิ้งห่างรองแชมป์เจทู “โอมิยะ อาร์ดิจา” ไปถึง 18 แต้มด้วยกัน

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ฟรอนตาเล่กลายเป็นทีมชั้นนำของแดนซามูไรทันที และเริ่มมีแฟนบอลเข้ามาเป็นสาวกตามเชียร์ฟรอนตาเล่ กันอย่างคับคั่ง ด้วยฟอร์มการเล่นของนักเตะ บวกกับผลงานของทีม ทำให้ตั้งแต่ปี 2005 จนถึงล่าสุดในปี 2019 ฟรอนตาเล่ประสบความสำเร็จอย่างมากจริงๆ

(ปี 2005) จบอันดับ 8, (ปี 2006) จบด้วยการเป็นรองแชมป์เจลีก ตามหลังแชมป์ อุราวะ เรดไดมอนด์ 5 แต้ม, (ปี 2007) จบอันดับ 5, (ปี 2008) จบด้วยการเป็นรองแชมป์เจลีก ตามหลังแชมป์ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส 3 แต้ม, (ปี 2009) จบด้วยการเป็นรองแชมป์เจลีก ตามหลังแชมป์ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส 2 แต้ม, (ปี 2010) จบอันดับ 5

(ปี 2011) จบอันดับ 11, (ปี 2012) จบอันดับ 8, (ปี 2013) จบอันดับ 3, (ปี 2014) จบอันดับ 6, (ปี 2015) จบอันดับ 5, (ปี 2016) จบด้วยการเป็นรองแชมป์เจลีก ตามหลังแชมป์ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส 1 แต้ม จากผลงานปี 2016 แฟนบอลเริ่มเห็นแววแล้วว่า ฟรอนตาเล่จะผงาดแชมป์ในฤดูกาลต่อไปอย่างแน่นอน

และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์เจลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรสำเร็จในฤดูกาล 2017 แม้จะมีแต้มเท่ากับ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส อยู่ที่ 72 แต้ม แต่ผลต่างประตูได้เสียฟรอนตาเล่ดีกว่าถึง 17 ลูกเลยทีเดียว

นอกจากนี้ฟรอนตาเล่ได้สิทธิ์ไปเล่นในศึก “เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก” ปี 2018 ทว่ากลับทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร หลังจบอันดับสุดท้ายของกลุ่ม และเก็บได้เพียง 3 แต้มจาก 6 นัดเท่านั้น (แต่) ฟ้าหลังฝน ยังคงสวยงามเสมอ ! ยอดทีมแห่งจังหวัดคานางาวะ สามารถพิชิตโทรฟี่ลีกสูงสุดในฤดูกาล 2018 ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน แถมปีนี้ได้มาอย่างไม่ยากเย็นนัก หลังทิ้งห่างรองแชมป์ ซานเฟรชเช ฮิโรชิมา ถึง 12 คะแนน

เข้าสู่ปี 2019 ฟรอนตาเล่ออกสตาร์ตได้อย่างร้อนแรงเมื่อพวกเขาคว้าแชมป์ “ซุปเปอร์คัพ” ได้เป็นสมัยแรกของสโมสร หลังเฉือนเอาชนะ อุราวะ เรดไดมอนด์ แชมป์เอ็มเพอเรอร์ส คัพ 2018 ด้วยสกอร์ 1-0 ถือเป็นการเริ่มต้นซีซั่นที่ดีจริงๆ

แม้ว่าฟรอนตาเล่ จะไม่สามารถป้องกันแชมป์เจลีกได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน หลังทำได้เพียงแค่จบอันดับ 4 ของตาราง แต่พวกเขาก็ยังมีรางวัลปลอบใจด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยรายการ “เจลีก คัพ” ได้สำเร็จ เมื่อเอาชนะจุดโทษ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ต้นสังกัดของ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมรกเกอร์ชาวไทย ในรอบชิงชนะเลิศ 5-4 หลังเสมอในเวลา 3-3

จากผลงานช่วง 3 ปีหลังสุดของฟรอนตาเล่ ในการทำทีมของ “โทรุ โอนิกิ” กุนซือชาวญี่ปุ่นวัย 45 ปี อดีตลูกหม้อของฟรอนตาเล่ ที่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งในบทบาทกุนซือใหญ่เมื่อปี 2017 เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเขาสามารถพาทีมมีถ้วยรางวัลติดไม่ติดมือทุกปี โดยเฉพาะแชมป์เจลีก 2 ปีติด ถือเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพ

นี่คือความน่ากลัวของพลพรรค “โลมาฟรอนตา”คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ในฤดูกาล 2020 ที่จะกลับมาฟาดแข้งหลังสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย กับเป้าหมายในการทวงบัลลังก์แชมป์เจลีก พร้อมกับตั๋วลุยฟุตบอลสโมสรเอเชีย ให้จงได้ ต้องจารึกลงประวัติศาสตร์เจลีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

MM88UP Application Icon