MM88UP Splash Screen Icon

เมนู

ทางเข้าเล่น

บิสชอฟฟ์เผยชไมเคิลอยากเฝ้าเสาให้แมนฯยูไนเต็ด

บิสชอฟฟ์เผยชไมเคิลอยากเฝ้าเสาให้แมนฯยูไนเต็ด

เทียบผลงาน เฮนดอร์สัน กับ ชไมเคิ่ล ใครเหมาะเฝ้าเสาให้ แมนฯยู

บิสชอฟฟ์เผยชไมเคิลอยากเฝ้าเสาให้แมนฯยูไนเต็ด มิคเกล บิสชอฟฟ์ อดีตผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่าเพื่อนร่วมทีมเก่าของตนอย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิล พร้อมย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ไปเฝ้าเสาให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุกเมื่อเพราะเป็นความฝันอันสูงสุดนั่นเอง

“ถึงแม้ แคสเปอร์ส จะอายุ 33 ปีแล้วแต่ผมเชื่อว่าเขายังไม่ล้มเลิกความฝันที่จะเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปง่าย ๆ เด็ดขาด เพราะเขาคือผู้รักษาประตูระดับท็อปตัวจริงและสามารถเค้นฟอร์มสุดยอดออกมาได้ต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 4 ปีโน่นเลยล่ะ” บิสชอฟฟ์ กล่าวกับ Ekstra Bladet

“หลายคนอาจรู้แล้วว่า แคสเปอร์ คือสาวกปีศาจแดงแบบเต็มข้อ และไม่ว่าจะเคยผ่านการเล่นให้สโมสรคู่แข่งอื่น ๆ มาแต่ก็ไม่เคยปิดบังความรู้สึกที่มีต่อทีมรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผมถึงรู้ไงว่าความฝันอันสูงสุดของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพก็คือการได้เซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด”

“สมมตินะ ถ้าจู่ ๆ โซลชาร์ ยื่นข้อเสนอมาให้ว่า แคสเปอร์ จะเป็นตัวสำรองที่ได้รับโอกาสลงเล่นแค่ 10 นัดต่อฤดูกาล ยังไงเขาก็พร้อมย้ายไปอยู่ด้วยแบบเต็มใจสุด ๆ แน่นอน นี่แหละที่เขาเรียกเลือดข้นคนจริง”

มิคเคล บิสชอฟฟ์ อดีตผู้เล่นของ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยร่วมงานกับ แคสเปอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตูของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ทีมเรือใบสีฟ้า บอกว่าอดีตเพื่อนร่วมทีมของตนมีความฝันที่จะย้ายไปเล่นกับ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

กลายเป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเล็งคว้าตัว แคสเปอร์ ชไมเคิล จอมหนึบของเลสเตอร์ ซิตี้ มาแทนที่ ดาบิด เดเคอา ผู้รักษาประตูมือ 1 ที่โชว์ฟอร์มได้ไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร โดยมองว่า ชไมเคิล เป็นอีกทางเลือกที่มีค่าตัวถูกกว่า ยาน โอบัลค ของแอตเลติโก มาดริด ที่มีค่าฉีกสัญญาสูงถึง 90 ล้านปอนด์ ซึ่งล่าสุด บิสชอฟฟ์ เผยว่า ชไมเคิล อยากย้ายไปแมนยูฯ

บิสชอฟฟ์ กล่าวว่า “ยูไนเต็ดจะไม่ถูกปฏิเสธจากเขาแน่นอน เขาสามารถเล่นได้อีก 3 หรือ 4 ปีที่นั่นได้แบบสบายๆ ชไมเคิล เป็นแฟนตัวยงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมันจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป มันจะเป็นฝันอันยิ่งใหญ่ที่กลายเป็นความจริง ถ้าเขาได้ย้ายไปที่นั้น ถ้าแคสเปอร์ได้รับโอกาสลงเล่นให้ยูไนเต็ดแค่ 10 เกมเพื่อยูไนเต็ดเขาก็ดีใจสุดๆ แล้ว เขาเป็นแฟนตัวยงและนั่นจะทำให้เขาทำทุกอย่างเพื่อไปที่นั่น”

ท่ามกลางกระแสข่าวระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เจดอน ซานโช่ ปีกดาวดังของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ร้อนแรงซะยิ่งกว่าอะไรดี มันก็มีรายงานอันหนึ่งที่โผล่มาว่า “ปีศาจแดง” กำลังพิจารณาที่จะเอา แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ผู้รักษาประตู เลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทัพ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องตำแหน่งนายทวารที่ ดาบิด เด เคอา เล่นผิดพลาดบ่อยเกินไปในช่วงที่ผ่านมา

พอมีกระแสข่าวแบบนั้นออกมา บางส่วนก็มองว่ามันเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะลูกชายของ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานนายทวาร แมนฯ ยูไนเต็ด ผ่านประสบการณ์ใน พรีเมียร์ลีก มาอย่างโชกโชน รวมถึงเคยช่วยให้ เลสเตอร์ ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ด้วย แต่มุมหนึ่งก็มองว่าถ้าจะซื้อ แคสเปอร์ มาใช้งานแล้วล่ะก็ สู้ให้โอกาส ดีน เฮนเดอร์สัน ลูกหม้อของทีมที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ เชฟฟิลด์ ในสัญญายืมตัว 2 ฤดูกาลหลังสุดยังจะดีซะกว่า

ด้วยเหตุนี้ วันนี้เราเลยอยากจะลองเปรียบเทียบกันว่าระหว่าง เฮนเดอร์สัน กับ ชไมเคิ่ล ใครมีผลงานในฤดูกาลล่าสุดดีกว่ากัน และเหมาะกับการได้เฝ้าเสาให้ทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มากกว่ากัน โดยสถิติทั้งหมดนี้ได้มาจาก fbref เว็บไซต์บันทึกสถิติรายหนึ่ง ลองไปดูกันดีกว่าว่ามันจะเป็นยังไง

ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด เฮนเดอร์สัน กับ ชไมเคิ่ล ต่างก็ทำผลงานกันได้ดีจนมีส่วนทำให้ทีมของพวกเขาเสียประตูน้อยมาก โดย เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ของ เฮนเดอร์สัน เสียประตูในลีก 39 ลูก น้อยเป็นอันดับ 4 ของลีก รองจากพี่เบิ้มอย่าง ลิเวอร์พูล (33 ลูก), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (35 ประตู) และ แมนฯ ยูไนเต็ด (36 ลูก) เท่านั้น ขณะที่ เลสเตอร์ ของ ชไมเคิ่ล เสียไป 41 ประตู น้อยเป็นอันดับ 6 ของลีก

ทั้งนี้ ถ้าเจาะลึกลงไปแล้วก็จะพบว่าทั้งคู่มีเปอร์เซ็นต์เซฟที่พอๆ กันด้วย ไม่ใช่ว่าเสียประตูน้อยเพราะมีกองหลังคอยช่วย โดย เฮนเดอร์สัน มีเปอร์เซ็นต์เซฟ 75.2 เปอร์เซ็นต์ สูงเป็นอันดับ 3 ของลีก ส่วน ชไมเคิ่ล ทำได้ 73.8 เปอร์เซ็นต์ ตามมาติดๆ เป็นอันดับ 4 ส่วนจำนวนนัดที่เก็บคลีนชีทได้ของพวกเขาอยู่ที่ 13 เกมเท่ากัน

อย่างไรก็ตาม ถ้าดูไปที่ค่าเฉลี่ยการเสียประตูต่อ 1 นัดแล้วนั้น เฮนเดอร์สัน ก็ดีกว่านิดหน่อย เพราะเขามีค่าเฉลี่ยเสีย 0.92 ลูกต่อ 1 นัด ขณะที่ของลูกชาย ชไมเคิ่ล อยู่ที่ 1.08 ลูกต่อ 1 เกม โดย เฮนเดอร์สัน มีสถิติดีขนาดนี้ทั้งที่ได้ลงเล่นน้อยกว่า ชไมเคิ่ล เพียงแค่ 2 นัด ซึ่ง 2 เกมที่เขาอดลงเล่นมันก็เป็นเพราะติดสัญญาห้ามเจอ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดที่แท้จริงของเขานั่นเอง

หนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญของนายทวารรองจากการเซฟในสมัยนี้คือการเปิดเกม เพราะถ้าทำได้ดีมันก็จะช่วยทำให้เพื่อนร่วมทีมในแนวรุกได้บอลไปครองได้อย่างรวดเร็วจนนำไปสู่การลุ้นทำประตูได้ ซึ่งใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 เฮนเดอร์สัน สามารถเตะลูกโกลคิก หรือการเตะจากหน้าปากประตูเป็นระยะไกลเกิน 40 หลาได้ถึง 96.5 เปอร์เซ็นต์ สูงเป็นอันดับ 1 ของลีก ขณะที่ลูกชายของ ชไมเคิ่ล อยู่ที่ 15 จากการทำได้เพียง 45.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ถ้านับรวมการผ่านบอลแบบจังหวะอื่นๆ อย่างเช่นการที่เพื่อนร่วมทีมคืนหลังมาให้ก่อนที่จะโยนยาวแล้วนั้น ชไมเคิ่ล ทำได้เหนือกว่าอย่างมาก เพราะเขาเปิดบอลยาวเกิน 40 หลาเข้าเป้าจากการผ่านบอลโดยรวมได้ถึง 49 เปอร์เซ็นต์ สูงเป็นอันดับ 4 ของลีก ขณะที่ เฮนเดอร์สัน ทำได้แค่ 29.5 เปอร์เซ็นต์ จนเป็นอันดับ 20

แม้ว่าทุกวันนี้หลายทีมในประเทศอังกฤษจะหันมาเน้นเล่นเกมรุกทางภาคพื้นดินกันมากขึ้น แต่จังหวะการเล่นลูกกลางอากาศก็ยังมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ตามสไตล์ฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งในฤดูกาล 2019-20 เฮนเดอร์สัน สามารถรับบอลในจังหวะที่คู่แข่งครอสบอลเข้ามาจากด้านข้างได้อยู่มือ 23 ครั้ง สูงเป็นอันดับ 7 ของลีก ขณะที่ ชไมเคิ่ล ทำได้ 10 ครั้ง ได้เป็นที่ 19 ร่วมของลีก

นอกจากนี้ ตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 เฮนเดอร์สัน ยังเสียประตูจากจังหวะที่คู่แข่งได้ลูกเตะมุมเพียงแค่ 2 หนเท่านั้นด้วย ขณะที่ ชไมเคิ่ล เสียไปถึง 7 ประตูด้วยกัน เรียกได้ว่า เฮนเดอร์สัน รับมือกับลูกกลางอากาศได้ดีกว่าอีกฝ่ายมากๆ บิสชอฟฟ์เผยชไมเคิลอยากเฝ้าเสาให้แมนฯยูไนเต็ด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง