MM88UP Splash Screen Icon

เมนู

รู้จักกับสตาฟฟ์โค้ชคนใหม่ของปีศาจแดงน้อยและสิ่งที่เขาจะนำมาสู่ทีม

ทางเข้าเล่น,โปรโมชั่น,สมัครเล่น,หวยออนไลน์,บอลออนไลน์,ซีซั่นหน้าปีศาจแดงจะโหดขึ้นกว่าเดิมเพราะมีแข้งรายนี้

ผู้ดูแลปีศาจแดงน้อยคนใหม่

รู้จักกับสตาฟฟ์โค้ชคนใหม่ของปีศาจแดงน้อยและสิ่งที่เขาจะนำมาสู่ทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง จัสติน โคเครน เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพัฒนาผู้เล่น และโค้ชของทีมอะคาเดมี่แล้ว โคเครน นั้นเป็นคนของสมาคมฟุตบอล ซึ่งเขาเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเยาวชน และเป็นโค้ชของทีมชาติอังกฤษชุดยู-17

อดีตดาวเตะทีมชาติแอนติกา และบาร์บูดา เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ ควีนส์ปาร์ค และเคยเล่นกับ ครูว์, ร็อตเธอร์แฮม และ มิลล์วอลล์ ใช้เวลา 9 ฤดูกาลในการเป็นโค้ชให้ทีมอะคาเดมี่ของ สเปอร์ส ก่อนจะย้ายไปทำงานกับเอฟเอ ในปี 2018

เขาเคยรับหน้าที่ดูแลทีมชาติอังกฤษชุดยู-15, ยู-16 และจากนั้นก็ยู-17 และก็เพิ่งจะใช้เวลากับ เอเอฟซี วิมเบิลดัน ในฐานะโค้ชทีมชุดใหญ่ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า โคเครน จะดูแลพัฒนาการนักเตะของสโมสรตั้งแต่ระดับยู-17 ถึงยู-23 โดยทำงานใกล้ชิดกับ นีล วู้ด และ นีล ไรอัน เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับนักเตะแต่ละคน

มาร์ค เดมพ์ซี่ย์ จะยังคงทำหน้าที่ในฐานะโค้ชอาวุโสของอะคาเดมี่ต่อไป เพื่อดูแลทีมโค้ชทั่วทั้งอะคาเดมี่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาอะแคเดมีของตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นหลังจากที่ล่าสุดพวกเขาเพิ่งแต่งตั้ง จัสติน คอเครน ขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนาและฝึกสอนคนใหม่ของอะแคเดมี

ยูไนเต็ด ล้าหลังไปมากในแง่ของการพัฒนาเยาวชนหลังการออกไปของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อย่างไรก็ดีนับตั้งแต่ที่ โอเล กุนนาร์ โซลชา เข้ามารับตำแหน่งพร้อมกับคำมั่นที่จะสร้างรากฐานของสโมสรให้มั่งคง ก็ดูเหมือนว่าตอนนี้สิ่งต่างๆกำลังดีขึ้น

ปีศาจแดง ทุ่มเงินเป็นจำนวนมากไปกับดาวรุ่งฝีเท้าดีจากทั่วทั้งโลกเพื่อนำเข้ามาพัฒนาต่อจากที่เราได้เห็นในกรณีของ อาหมัด ดิยัลโล ไปจนถึง ชาร์ลี แม็คนีล ที่กำลังถล่มประตูเป็นว่าเล่นให้กับทีมชุดเล็ก นอกจากนี้พวกเขายังได้ไปว่าจ้างหนึ่งในโค้ชเยาวชนที่ถูกชื่นชมว่ามีพรสวรรค์ที่สุดของประเทศมาดูแลเด็กๆเหล่านั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คอเครน มาพร้อมกับชื่อเสียงที่ไม่เบาเลย เขาเป็นเสมือนดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการโค้ชหลังจากที่เคยทำงานกับทีมชาติ อังกฤษ ชุด U-17 มาก่อนแถม แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติชุดใหญ่ยังเคยพูดถึงเขาว่าเป็น ‘โค้ชหนุ่มที่ยอดเยี่ยมจริงๆ’ เมื่อปี 2018

มาแทน นิคกี้ บัตต์ ? นี่เป็นคำถามที่แฟนๆ ปีศาจแดง ในโซเชียลกำลังพูดถึงอยู่มาก…ซึ่งคำตอบก็คือ แต่ก็ใช่ที่ว่า คอเครน จะรับหน้าที่ที่คล้ายกันมากในการเฝ้าติดตามพัฒนาการของเยาวชนเพื่อเสนอต่อ จอห์น เมอร์เทอร์ ผู้อำนวยการฟุตบอล ก่อนที่จะนำไปเสนอต่อทีมชุดใหญ่ในลำดับถัดๆไป

ไม่เชิง เพราะ ก่อนที่ บัตต์ จะลาออกเขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพัฒนาทีมชุดใหญ่มาก่อนและปัจจุบันหลังจากที่ได้มีการปรับโครงสร้างของสโมสร (จนเป็นที่มาของการลาออกของ บัตต์) ตำแหน่งดังกล่าวจึงไม่ได้ยึดโยงอยู่กับแค่คนๆเดียวอีกต่อไปแล้ว

นานมาแล้วแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่เคยขาดการ”ดันเด็กขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่”ของเหล่านักเตะดาวรุ่งเลย ซึ่งนั่นคือหนึ่งในวัฒนธรรมสโมสรที่ฝังรากลึกและเหนียวแน่นมากที่สุด ที่เรามีการฝึกฝนและปั้นเหล่าเด็กนักฟุตบอลท้องถิ่นที่เติบโตมาจากถิ่นนี้โดยตรงหรือที่เรียกว่าแมนคูเนี่ยน

อย่างที่ทราบกัน (Mancunians) ซึ่งก็คือชาวเมืองแมนเชสเตอร์นั่นแหละ แต่สิ่งที่อะคาเดมี่ของเราทำนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเด็กท้องถิ่นที่สำคัญ แต่แรงดึงดูดสู่สโมสรที่มีเสน่ห์แห่งนี้ยังสามารถนำเอา เหล่านักเตะดาวรุ่งผู้มีความฝันจะเล่นให้แมนยูไนเต็ด หรือเด็กที่อยากเติบโตเป็นนักฟุตบอลชั้นนำที่มีชื่อเสียง

ไม่ว่าจะจากท้องถิ่นแมนเชสเตอร์เอง หรือว่าเด็กจากที่อื่นๆในอังกฤษ หลายๆคนก็มาสมัครเข้าร่วมอยู่เป็นนักเตะเยาวชนของแมนยูไนเต็ดจำนวนมากมาย มีจำนวนมากที่ไม่ติดชุดเยาวชนของเรา ไม่น้อยที่พ่อแม่เสียใจ ตัวเด็กนักเตะก็ผิดหวัง แต่นั่นคือความเป็นจริงที่ว่าเราจำเป็นต้องคัดสิ่งที่ดีที่สุดที่มีคุณภาพพอจะไปต่อกับเราได้

อะคาเดมี่ของแมนยูไนเต็ด หลายๆครั้งมีการทำงานที่ควบคู่กับเหล่าscoutชั้นเยี่ยมของทีมที่จะไปทำหน้าที่เป็นแมวมองเสาะหา “เพชรเม็ดงามที่ยังไม่ถูกเจียระไน”  ที่มีอยู่เต็มโลกใบนี้ ตามประเทศต่างๆ ตามสโมสรต่างๆมากมายทั้งในยุโรปและทวีปอื่นๆ อะคาเดมี่จะถูกป้อนสมาชิกเพิ่มเข้ามาจากฝีมือแมวมอง

ที่จะไปตามเซ็นสัญญาเหล่า “นักเตะที่มีแวว” ที่สามารถจะพัฒนาต่อยอด หรือเรียกง่ายๆว่า “ปั้น” ให้เก่งในอนาคตได้  เยาวชนทีมเราก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน ใช่ว่าจะปั้นแต่เด็กท้องถิ่นที่มาสมัครอย่างเดียว การไปแต๊บตัวอ่อนมีแววที่ไม่มีใครมองเห็นคุณค่าเอามาปลุกปั้นนั้น ก็คืออีกหนึ่งลักษณะพิเศษของยูไนเต็ดเช่นกัน (ข้อนี้มีสโมสรเรากับ อาร์เซนอลนี่แหละที่แต๊บเด็กมาปั้นต่อเก่งๆ)

ตัวอย่างเคสนี้ง่ายที่สุดก็คือ ปอล ป็อกบา ในสมัยที่เป็นนักเตะเยาวชนของเรา นั่นก็ไม่ใช่เด็กท้องถิ่นเหมือนกัน(แหงล่ะ!) ป็อกบาก็คือหนึ่งในเด็กที่มีแววมากมาตั้งแต่แรกและถูกสโมสรเราดึงตัวเข้ามาในอะคาเดมี่นั่นเอง โดยดึงมาจากLe Harve ในปี2009 จากนั้นก็ลากยาวมาจนได้แชมป์FA Youth Cupปี2011 ก่อนที่จะค่อยย้ายไปยูเว่ในปีถัดมานั่นเอง

นี่คือการเกริ่นนำให้เห็นภาพของอะคาเดมี่สร้างนักเตะดาวรุ่งของทีมเรา ว่ามีพื้นฐานและการทำงานที่มั่นคงและเหนียวแน่นมานาน สร้างเหล่าลูกกรอกคะนองให้กับแมนยูมานับไม่ถ้วนหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่ยุคโบราณ และถูกพัฒนามาเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงยุคที่มีศูนย์ฝึกซ้อมเป็นล่ำเป็นสัน และพัฒนาถึงขีดสุดในยุคของเซอร์อเล็กซ์ที่ได้ทำการปั้น The Class of ’92 ขึ้นมา

และนั่นแหละ คือจุดกำเนิดที่แท้จริงของชายผู้ให้กำเนิดปีศาจอย่างไม่รู้จุดจบอย่าง Nicky Butt นิคกี้บัตต์ ถือเป็นโคตรของโคตร “แมนคูเนี่ยน” อีกคนนึง เพราะพี่แกเกิดในถิ่นGorton, Manchesterขนานแท้ หลังจากที่สร้างความยิ่งใหญ่กับแมนยูไนเต็ดมากมายแล้วนั้นก็ย้ายไปอยู่กับนิวคาสเซิลในปี2004

และแขวนสตั๊ดกับSouth Chinaเมื่อปี2011 8ปีที่ผ่านมานี่เอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นยิ่งใหญ่มากๆ นั่นก็คือบทบาทหน้าที่ของเขาหลังการเล่นฟุตบอล ที่ยังคงเกี่ยวเนื่องกับฟุตบอลอยู่ เพราะหลังจากแขวนสตั๊ดปีเดียว บัตต์ก็กลับมาเป็นโค้ชให้กับทีมสำรองของสโมสรเราแทบจะในทันทีเมื่อปี2012 และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่เขามีส่วนร่วมกับการ “ปั้นเด็กสู่ทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด” เรื่อยมาจนกระทั่งถึงบัดนี้

หลังจากเป็นโค้ชอยู่4ปี นิคกี้ บัตต์ได้ถูกโปรโมทให้เป็น “หัวหน้าศูนย์ฝึกอะคาเดมี่” ในปี2016ขึ้นมาแทนที่ของ ไบรอัน แมคแคลร์ ตำนานสโมสรอีกคนนึงที่ออกจากตำแหน่งไป และนั่นคือจุดเริ่มที่บัตต์เริ่มสร้างลูกกรอกคะนองตัวเป้งๆขึ้นมาได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะเหล่าเด็กแสบที่เรามีอยู่ในมือ ณ ปัจจุบันนี้ในปี 2019 รู้จักกับสตาฟฟ์โค้ชคนใหม่ของปีศาจแดงน้อยและสิ่งที่เขาจะนำมาสู่ทีม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

MM88UP Application Icon