MM88UP Splash Screen Icon

เมนู

ทางเข้าเล่น

วางแผนแก้ไขกฎระเบียบรับมือโควิด19

วางแผนแก้ไขกฎระเบียบรับมือโควิด19

กีฬาฟุตบอลลีกอาชีพและกีฬาฟุตบอลทุกรายการ

วางแผนแก้ไขกฎระเบียบรับมือโควิด19 พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน พร้อมด้วย นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ยกร่าง ปรับปรุง แก้ไขระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพและกีฬาฟุตบอลทุกรายการ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา(5 มิ.ย. 63) ณ ห้องประชุมชั้น 1 ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน พร้อมด้วย นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ยกร่าง ปรับปรุง แก้ไขระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพและกีฬาฟุตบอลทุกรายการ ระเบียบการแข่งขันกีฬาฟุตซอล และกีฬาฟุตบอลชายหาด ครั้งที่ 1 โดยมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ภายหลังการประชุม พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน ประธานการประชุมคณะกรรมการ กล่าวว่า

“ตามที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ตั้งคณะกรรมการยกร่าง ปรับปรุง แก้ไขระเบียบข้อบังคับขึ้นมา เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เรียกว่าเป็นระเบียบฉบับชั่วคราวใช้ในสถานการณ์นี้โดยเฉพาะ ถ้าสถานการณ์หมดไปคงกลับไปใช้ระเบียบเดิม เราจึงได้เชิญแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาร่วมประชุมในวันนี้

“ซึ่งสถานการณ์ในบ้านเราตอนนี้ก็ถือว่าดีขึ้น ทาง ศบค. ได้ผ่อนปรนมาตรการในระยะที่ 3 ให้กีฬาฟุตบอลสามารถกลับมาทำการฝึกซ้อมได้ ต่อไปอาจจะผ่อนปรนให้มีการจัดการแข่งขันได้ เราจึงประชุมหาแนวทางวางมาตรการเพื่อความปลอดภัย ถ้าเราร่างระเบียบเสร็จสิ้น จะนำเสนอแนวทางต่อ ศบค.ทันที เพื่อให้ ศบค. พิจารณา ถ้า ศบค. ผ่อนปรนมาตรการเราก็จะประกาศให้สโมสรได้รับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติ เพื่อให้สอดคล้องกับกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรคและศบค. ด้วย”

สำหรับ ปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ และฟุตบอลถ้วยรายการต่างๆ ในฤดูกาล 2563 กำหนดไว้ดังนี้
ฟุตบอลไทยลีก 1 : เริ่มกลับมาแข่งขัน 12 กันยายน 2563 ปิดฤดูกาล 15 พฤษภาคม 2564
ฟุตบอลไทยลีก 2 : เริ่มกลับมาแข่งขัน 12 กันยายน 2563 ปิดฤดูกาล 25 เมษายน 2564 (รอบเพลย์ออฟ 2-23 พฤษภาคม 2564)
ฟุตบอลไทยลีก 3 : เริ่มกลับมาแข่งขัน 3 ตุลาคม 2563 ปิดฤดูกาล 28 กุมภาพันธ์ 2564 (รอบแชมเปี้ยนส์ลีก 6 มีนาคม -25 พฤษภาคม 2564)
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ : รอบแรก 30 กันยายน 2563 รอบชิงชนะเลิศ 22 พฤษภาคม 2564
ฟุตบอลลีก คัพ : รอบสอง 21 ตุลาคม 2563 รอบชิงชนะเลิศ 1 พฤษภาคม 2564

ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อม ก่อนใช้กฎและกติกาฟุตบอลแบบใหม่สากล ตามสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ หรือ ฟีฟ่า กำหนด ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และฝ่ายจัดการแข่งขัน จะใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 20 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป

การประชุมประกอบด้วย พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน ประธานคณะทำงานแก้ไขระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, ผศ. ดร. ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ รองประธานฯ พร้อมคณะทำงาน นายโสภณ มหาบุญ, พันจ่าเอก ปรีชา กางรัมย์, นายประเสริฐ ครุธศรี, ดร. นิคม มากรุ่งแจ้ง, นายยงยศ พึ่งธรรม, นายกฤตเมต เอ่งฉ้วนธาดา, นายดนัย มงคลศิริ, นาวาเอก (พิเศษ) บุญธรรม พันธุ์นุช, นายสัมพันธ์ คำคม และ นายไพฤทธิ์ ต้านไพรี ร่วมหารือ

สำหรับกฎและกติกาฟุตบอลที่เปลี่ยนไป มีดังต่อไปนี้

กติกาข้อที่ 3 : ผู้เล่น

– การเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ผู้เล่นต้องออกจากสนาม ด้วยการออกจากสนาม ตรงเส้นข้างที่ใกล้ที่สุด ไม่จำเป็นต้องเดินมาเปลี่ยนตัว ณ เส้นกึ่งกลางสนาม บริเวณจุดยืนของผู้ตัดสินที่ 4 เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน และต้องกลับเข้าเขตเทคนิคหรือห้องพักนักกีฬาโดยทันที หากฝ่าฝืนจะถูกคาดโทษใบเหลือง

กติกาข้อที่ 4 : อุปกรณ์ของผู้เล่น

– ผู้เล่นที่ใส่เสื้อตัวใน ต้องใส่เสื้อสีเดียว กับเสื้อเเข่งขันเท่านั้น

กติกาข้อที่ 5 : ผู้ตัดสิน

ในกรณีที่ไม่สามารถระบุตัวตน ผู้กระทำผิดได้ว่าเป็นใคร ในเขตเทคนิค หัวหน้าผู้ฝึกสอนหรือตำแหน่งรองลงไปต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

– หากผู้เล่นถูกทำฟาวล์ ในเขตโทษ และต้องการเป็นผู้ยิงจุดโทษ ด้วยตัวเอง แต่ได้รับบาดเจ็บ จนต้องรับการปฐมพยาบาล สามารถปฐมพยาบาลในสนามได้ โดยไม่ต้องออกนอกสนามแต่อย่างใด

กติกาข้อ 7 : ระยะเวลาของการแข่งขันและการพักดื่มน้ำ

– กำหนดเวลาที่พักดื่มน้ำให้ชัดเจน เป็น 2 ช่วงเวลา คือ “Drinks Breaks” และ “Cooling Breaks”

โดย drinks breaks (พักครึ่งช่วงต่อเวลาพิเศษ) มีเวลาพักไม่เกิน 1 นาที ส่วน cooling breaks (พักในเวลาปกติ) มีเวลาพัก 90 วินาที – 3 นาที

กติกาข้อ 8: การเริ่มการแข่งขัน และการเริ่มเล่นใหม่

– ทีมที่ชนะการเสี่ยงทายเหรียญก่อนเริ่มเกม สามารถเลือกได้ว่า จะเลือกเป็นฝ่ายเริ่มเล่นก่อน หรือเป็นฝ่ายเลือกแดน

– หากมีการดร็อปบอล ในกรอบเขตโทษ ผู้รักษาประตูต้องเป็นคนเตะบอลเริ่มเกมอีกครั้งเท่านั้น

สำหรับการดร็อปบอลนอกกรอบเขตโทษ ทีมของผู้เล่น ที่สัมผัสบอลคนสุดท้าย จะได้เตะลูกเริ่มเกมต่อ โดยทีมฝ่ายตรงข้าม ต้องอยู่ห่างออกไป ไม่น้อยกว่า 4 เมตร

กติกาข้อ 9 : ลูกบอลอยู่ในและนอกการเล่น

– หากลูกฟุตบอลสัมผัสโดนตัวผู้ตัดสิน และบอลอยู่ในสนาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเล่นของทีมบุก, บอลเปลี่ยนทางเข้าประตู หรือทีมสูญเสียการครองบอล ให้ถือว่าบอลนั้น เป็นบอลอยู่นอกการเล่น และเริ่มเกมใหม่อีกครั้ง ด้วยการดร็อปบอล ณ จุดสัมผัสผู้ตัดสิน

หากบอลสัมผัสโดนตัวผู้ตัดสิน แล้วไปชนเสา, ชนคาน หรือธงเตะมุม แล้วกลับเข้ามาในสนามให้ถือว่าเกมยังดำเนินต่อไป

กติกาข้อ 12: การเล่นที่ผิดกติกาและประพฤติผิด

– หากมือหรือแขนของผู้เล่นฝ่ายรุก โดนบอลแล้วทำให้ได้ประตูหรือมีโอกาสทำประตู ให้ถือว่าเป็นแฮนด์บอลทุกกรณี โดยไม่พิจารณาว่าเจตนาหรือไม่

– เจ้าหน้าที่ทีม สามารถถูกกล่าวตักเตือน หากปฏิบัติพฤติกรรมดังต่อไปนี้: แสดงพฤติกรรมที่ไม่มีความเคารพ หรือมารยาทในสนามแข่ง, ไม่เชื่อฟังคำกล่าวของทีมงานผู้ตัดสิน, แสดงอาการไม่เห็นด้วยกับการตัดสิน ของผู้ตัดสิน, ออกจากเขตเทคนิค โดยไม่ได้รับอนุญาติ

– ผู้เล่นหรือทีมงาน สามารถถูกคาดโทษ (แจกใบเหลือง) หากปฏิบัติพฤติกรรมดังต่อไปนี้: แสดงพฤติกรรมที่แสดงถึงการไม่เคารพผู้ตัดสิน อย่างชัดเจนในพื้นที่เขตเทคนิค, ตั้งใจถ่วงเวลาการแข่งขัน, เข้าในเขตเทคนิคของทีมคู่แข่ง, โยนหรือเตะขวดน้ำ, ทำพฤติกรรมล้อเลียนผู้ตัดสิน เช่น การปรบมือ, เข้าไปในเขตรีวิวของผู้ตัดสิน, กดดันให้ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองหรือใบแดง, กดดันให้ผู้ตัดสินดู VAR, แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เคารพต่อเกมการแข่งขัน

– เจ้าหน้าที่ทีม สามารถถูกไล่ออก (แจกใบแดง) หากปฏิบัติพฤติกรรมดังต่อไปนี้: ตั้งใจถ่วงเวลา ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามทำเกมบุก ด้วยวิธีการเตะบอลทิ้ง หรือไม่คืนลูกบอล, เดินออกจากเขตเทคนิค เพื่อแสดงพฤติกรรมไม่มีมารยาท หรือต่อว่าทีมงานผู้ตัดสิน, เข้าในเขตเทคนิคของฝ่ายตรงข้าม เพื่อท้าทาย หรือแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าว, เขวี้ยงหรือเตะสิ่งของลงสนาม, เดินลงสนามเพื่อท้าทายผู้ตัดสิน, เดินลงสนามเพื่อขัดขวางการเล่น, แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว เช่นการกัด หรือการถ่มน้ำลาย ใส่ผู้เกี่ยวข้องในเกมการแข่งขัน, ได้รับใบเหลืองใบที่ 2, แสดงพฤติกรรมที่รุนแรงเกินความจำเป็น ในการเข้าปะทะ

กติกาข้อ 13: การเตะโทษ (การยิงฟรีคิก)

– หากมีการตั้งกำแพงป้องกันลูกฟรีคิก ตั้งแต่ 3 คน ผู้เล่นทีมรุกต้องอยู่ห่างจากกำแพงโดยรอบอย่างน้อย 1 เมตร

กติกาข้อ 14: การเตะโทษ ณ จุดโทษ

– เมื่อมีการยิงจุดโทษ ขาอย่างน้อยหนึ่งข้างของผู้รักษาประตู ต้องยืนอยู่บนเส้นประตู

– หากผู้ยิงจุดโทษ สัมผัสลูกฟุตบอลติดต่อกัน ก่อนที่ลูกบอลจะสัมผัสผู้เล่นคนอื่น จะเสียฟรีคิกให้ฝ่ายตรงข้าม

กติกาข้อ 15: การทุ่ม

– นักฟุตบอลฝ่ายตรงข้าม ต้องยืนห่างจากเส้นขอบสนาม ณ จุดตัดที่ลูกออก เป็นระยะห่างไม่น้อยกว่า 2 เมตร

กติกาข้อ 16 : การเตะจากประตู

– การเตะจากประตู เมื่อลูกบอลมีเคลื่อนที่อย่างชัดเจน ให้ถือว่าบอลอยู่ในการเล่นทันที โดยไม่จำเป็นต้องออกจากรอบเขตโทษ

– หากมีการเตะจากประตู แล้วผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามยังอยู่ในกรอบเขตโทษ เพราะไม่มีเวลาให้ออกจากกรอบเขตโทษ ให้เริ่มดำเนินเกมต่อได้ทันที (ฝ่ายรุกมีการเล่นเร็ว ให้ถือว่าบอลอยู่ในการเล่น)

หากผู้เล่นคนนั้น ขัดขวางการเล่นของผู้รักษาประตู ให้ผู้รักษาประตูเล่นลูกตั้งเตะจากประตูใหม่อีกครั้ง

ซึ่งทางสมาคมฯ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจ กฎ กติกา การแข่งขัน ในส่วนที่แก้ไขใหม่ รวมทั้งทำสกู๊ปให้กับสโมสรสมาชิกในระดับ ไทยลีก 1 และ ไทยลีก 2 และแฟนบอลไทยทราบไปบางส่วนแล้ว

ในการประชุมคณะกรรมการให้มีมติจัดส่งคำอธิบายกฎกติกาที่แก้ไขใหม่ พร้อมทำคลิปวีดีโอ ประกอบคำอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ่านทางเว็บไซต์ของสมาคมฯ เพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะนำไปใช้ในวันที่ 20 สิงหาคม นี้ กับทั้งทางสมาคมฯ จะได้ปรับปรุงแก้ไขว่าด้วยการลงโทษ วินัย มารยาท สมาคมฯ และระเบียบที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้สอดคล้องกับกฎ กติกา การแข่งขันที่แก้ไขใหม่ เพื่อบังคับใช้ต่อไป

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้หารือกรณีที่เป็นข่าวในโซเซียลมีเดีย ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก คู่ระหว่าง สโมสร ตราด เอฟซี และ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในช่วงท้ายเกมการแข่งขัน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ลูกฟรีคิกนอกเขตโทษ ในจังหวะนั้นสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือโอกาสเล่นเร็ว นำมาซึ่งการได้ประตู ขึ้นนำ 1-0

สโมสร ตราด เอฟซี ทำการประท้วงว่าเป็นการเล่นไม่ตรงจุดและลูกยังไม่นิ่ง แต่ได้มีการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีการร้องเรียนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินมายังสมาคมฯ แต่อย่างใด คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท จึงได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ทำการพิจารณาเพื่อให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรม และสร้างความชัดเจนให้กับสังคม โดยสั่งให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปให้คณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินทำการตรวจสอบว่า การใช้ดุลยพินิจของผู้ตัดสินให้เป็นประตู ถูกต้องตามกติกาการแข่งขันหรือไม่อย่างไร

ส่วนกรณีที่สโมสร ตราด เอฟซี ร้องเรียนมายังสมาคมฯ กล่าวหาว่าหัวหน้าผู้ฝึกสอน สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่ระหว่างการลงโทษห้ามทำหน้าที่ ขณะที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ มีการใช้วิทยุสื่อสารและโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดยเชื่อว่าเป็นการสั่งการไปยังม้านั่งสำรองในการวางแผนเกมการเล่นให้กับทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีเพียงภาพถ่ายหัวหน้าผู้ฝึกสอนกำลังใช้วิทยุสื่อสาร และโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเท่านั้น โดยยังไม่ได้ข้อยุติว่าหัวหน้าผู้ฝึกสอนดังกล่าวได้ติดต่อสื่อสารกับใคร เรื่องอะไร อย่างไร อันเกี่ยวกับที่ถูกลงโทษอันเป็นองค์แห่งความผิดหรือไม่ จึงต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จากทั้ง 2 ผู้ควบคุมการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 4 และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป ซึ่งอาจจะต้องเชิญผู้แทนจากสโมสร ตราด เอฟซี เข้าชี้แจงกรณีนี้เพิ่มเติมประกอบ และมารับฟังผลการพิจารณาเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินกรณีการให้ประตูดังกล่าว ในโอกาสต่อไปด้วย วางแผนแก้ไขกฎระเบียบรับมือโควิด19

ข่าวที่เกี่ยวข้อง