MM88UP Splash Screen Icon

เมนู

เจ้าของรองเท้าทองคำในอดีต

ทางเข้าmm888,mm888new,สมัครmm888,mm888bet,ทางเข้า mm888,mm888

สารบัญ

ซน ฮึง-มิน จะคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกแทนรองเท้าทองคำ

เจ้าของรองเท้าทองคำในอดีต ซน เฮือง-มิน กองหน้าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เปิดเผยว่าเขาจะผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีกได้ด้วยการคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ นักเตะชาวเกาหลีใต้รายนี้ทำไปแล้ว 21 ประตูในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ โดยปัจจุบัน โมฮัมหมัด ซาลาห์ของลิเวอร์พูลเป็นผู้นำการแข่งขันด้วยจำนวน 22 ประตู ท็อตแนมอยู่อันดับที่ 5 ในลีก โดยตามหลังคู่แข่งอย่างอาร์เซนอลเพียงแต้มเดียวโดยเหลืออีกสองเกม

“มันคงจะดี แต่สำหรับเรา สิ่งสำคัญคือการจบในสี่อันดับแรก” นักเตะวัย 29 ปีกล่าว ลูกชายทำประตูที่ 21 ของเขาในการเอาชนะอาร์เซนอล 3-0 ของสเปอร์สในเกมดาร์บีลอนดอนเหนือเมื่อวันพฤหัสบดี เขายิงได้ 10 ประตูจาก 8 เกมหลังสุด สมัครmm888 รวมถึงแฮตทริกในเกมกับแอสตัน วิลล่า เมื่อถูกถามว่าเขาจะแลกการทำประตูเพิ่มเพื่อตำแหน่งแชมเปี้ยนส์ลีกหรือไม่ ซนกล่าวว่า: “ใช่ 100%

“เห็นได้ชัดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่คุณได้แข่งขัน แต่ผมพูดไปแล้วสองสามครั้งว่าการจบในสี่อันดับแรก (มากกว่า) เป็นสิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด” สเปอร์สเป็นเจ้าภาพเบิร์นลีย์เวลา 12:30 น. BST ในวันอาทิตย์ก่อนสิ้นสุดฤดูกาลที่นอริชในวันที่ 22 พฤษภาคม อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีม กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ซน สัญญาว่าจะทำประตูให้กับเบิร์นลีย์ หลังจากที่เขาถูกถอดออกในช่วงครึ่งหลังของการแข่งขันอาร์เซนอล

ซนกล่าวว่าตารางการแข่งขันและการเริ่มต้นของสเปอร์สคือ “ความบ้าคลั่ง” “ผมไม่มีความสุขเสมอที่ออกมาเพราะผมอยากลงสนามเพราะผมชอบเล่นฟุตบอลและต้องการช่วยทีม” ซนกล่าวเสริม “ฉันเข้าใจว่าทำไมเพราะเรามีเกมที่เร็วมากในวันอาทิตย์ ฉันไม่สามารถสัญญาได้ว่าฉันจะทำประตูได้ แต่ฉันจะทำให้ดีที่สุดและฉันจะทำให้ดีที่สุดเพื่อทีม และถ้าฉันไม่ได้คะแนน ฉันจะทำ ดีที่สุด.

“พูดตามตรง การดูตารางการแข่งขันมันบ้ามาก มันเป็นจุดเปลี่ยนที่รวดเร็วจริงๆ และเราจำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อฟื้นฟูร่างกาย จากนั้นเตรียมตัวให้พร้อมอีกครั้ง” โดยรางวัลนี้ จะถูกมอบให้กับนักฟุตบอลผู้ที่มีผลงานการทำประตูได้มากที่สุดของทุกลีกทั่วยุโรป โดยนับเฉพาะลูกที่เกิดขึ้นจากเกมลีกเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าคู่แข่งนั้นไม่ได้มีเพียงแค่นักเตะในประเทศตัวเอง

ส่วนในฤดูกาลนี้ใครจะได้ โกลเด้น บูท เราก็ยังไม่มีวัน แต่ก่อนหน้านั้นลองมาดูกันว่าตลอด 19 ปีที่ผ่านมา มีใครบ้างที่ยิงรัว ๆ ๆ ๆ ๆ จนได้สุดยอดรางวัลนี้ไปครอบครอง

1. โรนัลโด้ : ฤดูกาล 1996-97

SPAIN - FEBRUARY 06: SPANISCHER POKAL 96/97 REAL MADRID - BARCELONA 1:1; RONALDO/BARCELONA (Photo by Andreas Rentz/Bongarts/Getty Images)

​ยิงได้ : 34 ประตู

ในลีก : ลาลีกา สเปน

สโมสร : บาร์เซโลนา

ในสมัยที่ “เจ้าโด้อ้วน” ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมเจ้าบุญทุ่ม เมื่อฤดูกาล 1996-97 ด้วยค่าตัว 11.25 ล้านปอนด์ ก็โชว์ฟอร์มยกระดับฝีเท้าของตัวเองขึ้นเป็นระดับโลกได้ทันที ก่อนจะโยกไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัว 33.75 ล้านปอนด์ ในฤดูกาลถัดมา

2. นิกอส มาชลาส : ฤดูกาล 1997-98

​ยิงได้ : 34 ประตู

ในลีก : เอเรดิวิซี ฮอลแลนด์

สโมสร : วิเทสส์ อาร์เนม

ดาวยิงจอมถล่มประตูของทีมชาติกรีซ คนนี้ ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมากนัก แต่ตลอด 3 ฤดูกาลที่เขาโลดแล่นอยู่ในลีกแดนกังหัน ถือว่าเป็นตัวอันตรายที่คู่แข่งต้องเกรงกลัว สมัครmm888 และในปี 1997 นั้นเองเขาก็จัดการคว้า โกลเด้น บูท มาครองได้อย่างไม่มีใครคาดคิด

3. มาริโอ ยาร์เดล : ฤดูกาล 1998-99

​ยิงได้ : 34 ประตู 

ในลีก : พรีไมรา ลีกา โปรตุเกส

สโมสร : เอฟซี ปอร์โต

สำหรับคอลูกหนังที่ติดตามเกมฟุตบอลอย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่กลางยุค 90 น่าจะรู้จักเขาคนนี้เป็นอย่างดี เพราะ ยาร์เดล เรียกได้ว่าเป็น “แรร์ไอเทม” ของวงการลูกหนัง เนื่องจากถึงแม้เขาจะยิงได้ทะลุหลัก 45-50 ประตูต่อซีซั่น (ในทุกรายการ) ก็ไม่เคยได้รับความสนใจจากสื่อและทีมชาติเสียที

4. เควิน ฟิลลิปส์ : ฤดูกาล 1999-2000

27 Nov 1999: Kevin Phillips of Sunderland on the ball during the FA Carling Premiership match against Watford at Vicarage Road in Watford, England. Sunderland won 3-2. \ Mandatory Credit: Gary Prior /Allsport

ยิงได้ : 30 ประตู

ในลีก : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สโมสร : ซันเดอร์แลนด์

เจ้าของรางวัลโกลเด้นบูทในฤดูกาลนั้นถือเป็นของขวัญสุดเซอร์ไพร์สต้อนรับศักราชใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะก่อนหน้าที่ ฟิลลิปส์ จะยิงกระจุยกระจาย ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะทำได้ สมัครmm888 และนี่ก็ถือเป็นสุดยอดเกียรติยศที่เจ้าตัวได้ไปประดับโปรไฟล์ให้หรูขึ้นกว่าปกติอีกหลายเท่า

5. เฮนริค ลาร์สสัน : ฤดูกาล 2000-01

GLASGOW, SCOTLAND: Henrik Larsson celebrates after opening the scoring for Celtic in a UEFA Cup third round match against Valencia in Celtic Park, Glasgow, 06 December 2001. (Photo credit should read IAN STEWART/AFP/Getty Images)

ยิงได้ : 35 ประตู

ในลีก : สก็อตติช พรีเมียร์ชิพ

สโมสร : กลาสโกว์ เซลติก

ในช่วงปลายยุค 90 นั้น ลาร์สสัน ถือเป็นศูนย์หน้าที่โด่งดังสุด ๆ แม้เล่นให้กับทีมเล็ก ๆ ในสก็อตแลนด์อย่าง กลาสโกว์ เซลติก เพราะฝีเท้าของเขานั้นเฉียบคมสุด ๆ บวกกับทรงผมเดรดล็อคสุดเท่

แต่ทันทีที่เขาจัดการโกนหัวตัวเองเป็นสกินเฮด ปีนั้น ลาร์สสัน ก็ได้รับของขวัญตอบแทนเป็นรางวัล รองเท้าทองคำ ทันที

6. มาริโอ ยาร์เดล : ฤดูกาล 2001-02

26 Nov 2001: Mario Jardel of Sporting Lisbon celebrates scoring the second goal of the match during the Portuguese League match against Boavista played at the Jose Alvalade Stadium, in Lisbon, Portugal. Sporting Lisbon won the match 2-0. \ Picture takenby Nuno Correia \ Mandatory Credit: AllsportUK /Allsport

ยิงได้ : 42 ประตู

ในลีก : พรีไมรา ลีกา โปรตุเกส

สโมสร : สปอร์ติง ลิสบอน

ตามที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่า ยาร์เดล นั้นเป็นสุดยอดดาวยิงที่มักถูกมองข้าม แต่เขาก็ยังยิงได้รัว ๆ จนคนอื่นต้องอาย และในปี 2001 นี้ เขาก็ได้รับรองเท้าทองคำเป็นครั้งที่ 2 โดยคราวนี้ได้โยกมาอยู่กับทีมคู่แข่งของ ปอร์โต อย่าง สปอร์ติง ลิสบอน นั่นเอง

7. รอย มาคาย : ฤดูกาล 2002-03

MUNICH, GERMANY - SEPTEMBER 18: CHAMPIONS LEAGUE 02/03, Muenchen; FC BAYERN MUENCHEN - DEPORTIVO LA CORUNA 2:3; tor jubel Roy MAKAAY/La Coruna (Photo by Martin Rose/Bongarts/Getty Images)

ยิงได้ : 29 ประตู

ในลีก : ลาลีกา สเปน

สโมสร : เดปอร์ติโว ลา คอรุนญา

ก่อนที่ มาคาย จะก้าวขึ้นมาคว้า โกลเดน บูท ในปี 2003 นั้น เขาได้บ่มเพาะออร่าของความสำเร็จมาก่อนหน้านั้นแล้ว โดยได้แชมป์ลีกมาในปี 2000 และ ได้แชมป์ โคปา เดล เรย์ ในปี 2002 และในปี 2003 ถึงทีมจะไม่ได้อะไร แต่เขาก็ยังได้รางวัลส่วนมาทั้ง ดาวซัลโว ของ ลาลีกา และ ยุโรป นั่นเอง

8. เธียร์รี อองรี : ฤดูกาล 2003-04

LONDON, UNITED KINGDOM: Arsenal's Thierry Henry kicks the ball against Lokomotiv Moskva during their Group B Champions League match 10 December, 2003 at Highbury, London. Arsenal won 2-0. AFP PHOTO/ADRIAN DENNIS (Photo credit should read ADRIAN DENNIS/AFP/Getty Images)

ยิงได้ : 30 ประตู

ในลีก : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สโมสร : อาร์เซนอล

ในปีนั้นน่าจะเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ เธียร์รี อองรี อย่างแท้จริง เพราะเขาระเบิดฟอร์มสุดยอดจนสามารถพาทีมอาร์เซนอล ก้าวขึ้นไปเถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ แถมเจ้าตัวยังคว้าดาวซัลโวของลีกและยุโรปไปครองอย่างสมเกียรติ

9. เธียร์รี อองรี (ร่วม) : ฤดูกาล 2004-05

ZURICH, SWITZERLAND - DECEMBER 20: Thierry Henry of France and Arsenal talks to the media before the FIFA Centenial World Player Gala 2004 at the Zurich Opera House on December 20, 2004 in Zurich, Switzerland. (Photo by Shaun Botterill/Getty Images)

ยิงได้ : 25 ประตู

ในลีก : พรีเมียร์ลีก

สโมสร : อาร์เซนอล

และในปีถัดมา ฟอร์มของยอดดาวยิงเลือดน้ำหอมก็ไม่ได้ตกลงไปเลยแม้แต่น้อย เขายังคงจัดการเดินหน้าสอยตาข่ายคู่แข่งต่อเนื่อง และถึงแม้จะไม่ได้แชมป์ลีก แต่ก็ยังได้แชมป์ เอฟเอ คัพ มาทดแทน พร้อมรางวัลส่วนตัวของเขาเองเช่น รองเท้าทองคำ สมัยที่สองติดต่อกัน

10. ดิเอโก้ ฟอร์ลัน (ร่วม) : ฤดูกาล 2004-05

VILLARREAL, Spain: Villarreal's Uruguayan forward Diego Forlan receives the Golden Boot award (for most goals scored last season) before their Spanish League match against Seville at the Madrigal stadium in Villarreal, 10 September 2005. Forlan shared the honours with Arsenal's Thierry Henry with 25 goals apiece. AFP PHOTO/ JOSE JORDAN (Photo credit should read JOSE JORDAN/AFP/Getty Images)

ยิงได้ : 25 ประตู

ในลีก : ลาลีกา สเปน

สโมสร : บียาร์เรอัล

สำหรับอดีตกองหน้าสายฮาของ แมนฯ ยูไนเต็ดคนนี้ นับตั้งแต่เขาตัดสินใจโยกไปค้าแข้งที่ สเปน อยู่ก็กลายสภาพตัวเองเป็นสิงโตผู้มีความน่าเกรงขามระดับมหาศาลยามอยู่บนฟลอร์หญ้าเพื่อล่าตาข่ายคู่แข่ง สมัครmm888 และในปี 2005 เขาก็ได้รางวัลรองเท้าทองคำไปครองร่วมกันกับ เธียร์รี อองรี นั่นเอง

11. ลูก้า โทนี : ฤดูกาล 2005-06

ROME, ITALY - NOVEMBER 27: Luca Toni celebrates scoring in action during the Serie A match between AS Roma and Fiorentina at the Stadio Olimpico on November 27, 2005 in Rome, Italy. (Photo by New Press/Getty Images)

ยิงได้ : 31 ประตู

ในลีก : กัลโช เซเรียอา

สโมสร : ฟิออเรนตินา

ปีนี้ ลูก้า โทนี ที่อายุอานามก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้วสามารถสร้างชื่อกลับมาแจ้งเกิดได้อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยฟอร์มการถล่มประตูที่มากมายเหลือเชื่อให้ ฟิออเรนตินา แล้วก็เหมือนติดลมบน เพราะหลังจากนั้นเขาก็ยิงได้มากมายทุกซีซั่นไม่ว่าจะย้ายไปอยู่กับทีมไหนก็ตาม

12. ฟรานเชสโก้ ต็อตติ : ฤดูกาล 2006-07

ROME, ITALY - DECEMBER 17: Francesco Totti of Roma celebrates during the Seria A Match between Roma and Palermo at the Stadio Olimpico on December 17, 2006 in Rome, Italy. (Photo by Newpress/Getty Images)

ยิงได้ : 26 ประตู

ในลีก : กัลโช เซเรียอา

สโมสร : โรมา

ปีถัดมา รองเท้าทองคำก็ยังคงตกเป็นของนักเตะจาก เซเรีย อา อยู่ และคราวนี้เป็นคิวของ “เจ้าชายหมาป่า” ฟรานเชสโก ต็อตติ ที่ถึงแม้จะเล่นตำแหน่งหน้าต่ำ แต่เขาก็จัดไปได้ในลีกถึง 26 ประตู

13. คริสเตียโน โรนัลโด : ฤดูกาล 2007-08

YOKOHAMA, JAPAN - DECEMBER 21: Cristiano Ronaldo of Manchester United celebrates at the final whistle during the FIFA Club World Cup Japan 2008 Final match between Manchester United and Liga De Quito at the International Stadium Yokohama on December 21, 2008 in Yokohama, Kanagawa, Japan. (Photo by Koji Watanabe/Getty Images)

ยิงได้ : 31 ประตู

ในลีก : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สโมสร : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในช่วงนั้น โรนัลโด้ ระเบิดฝีเท้าก้าวขึ้นไปเป็นผู้เล่นระดับโลกและพาแมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีก ได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน แต่ในปี 2008 นั้นพิเศษหน่อย เพราะได้เป็นเจ้าของรางวัล รองเท้าทองคำ ครั้งแรกในชีวิตบนเส้นทางค้าแข้งด้วย

14. ดิเอโก้ ฟอร์ลัน : ฤดูกาล 2008-09

Atletico de Madrid???s Diego Martin Forlan Corazo celebrates a goal against Racing de Santander???s during a Spanish league football match at the Vicente Calderon Stadium, on November 30, 2008 in Madrid. Atletico de Madrid won 4-1. AFP PHOTO/Pedro ARMESTRE. (Photo credit should read PEDRO ARMESTRE/AFP/Getty Images)

ยิงได้ : 32 ประตู

ในลีก : ลาลีกา สเปน

สโมสร : แอตเลติโก มาดริด

และปี 2009 นั้น เขาก็จัดการกระหน่ำ ไปได้มากถึง 32 ประตูในลีกจนได้เป็นเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำไปอย่างยิ่งใหญ่

15. ลีโอเนล เมสซี : ฤดูกาล 2009-10

Barcelona's Argentinian forward Lionel Messi eyes the ball during a training session a day before their Champion's League first leg semifinal football match against Inter Milan, in Milan's San Siro Stadium on April 19, 2009. AFP PHOTO / Filippo MONTEFORTE (Photo credit should read FILIPPO MONTEFORTE/AFP/Getty Images)

ยิงได้ : 34 ประตู

ในลีก : ลาลีกา สเปน

สโมสร : บาร์เซโลนา

หลังจากที่คู่แข่งตลอดกาลอย่าง โรนัลโด้ ประกาศศักดาไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน (สมัยอยู่แมนฯยู) คราวนี้มาถึงคิวแจ้งเกิดบนเวที โกลเด้น บูท ของ ลีโอเนล เมสซี กันบ้าง

โดยเขาจัดไป 34 ลูกพาทีมต่างดาวคว้าแชมป์ลีก อีกทั้งยังมีพ่วง บัลลงดอร์, นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของทั้ง ยูฟา,ฟีฟา, ลาลีกา, อาร์เจนตินา อละอื่น ๆ อีกมากมายด้วย

16. คริสเตียโน โรนัลโด้ : ฤดูกาล 2010-11

Real Madrid's Portuguese forward Cristiano Ronaldo kisses his 'Golden Boot 2011' award, presented to Europe’s best goal scorer, on November 04 in Madrid 2011. Cristiano Ronaldo's 40 strikes in La Liga this season have given him the Golden Boot award for 2011. Cristiano is the first to earn 80 points in the run for the trophy and is the eighth player to win it twice, having previously taken it in 2008 as a Manchester United player. AFP PHOTO / DANI POZO (Photo credit should read DANI POZO/AFP/Getty Images)

ยิงได้ : 40 ประตู

ในลีก : ลาลีกา สเปน

สโมสร : เรอัล มาดริด

นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป จะเรียกว่าเป็นการต่อสู้กันระหว่าง อมนุษย์ กับ มนุษย์ต่างดาว ก็คงไม่ผิดนัก เพราะเมื่อ เมสซี ทำได้ไปเมื่อปีก่อน โรนัลโด้ ก็ไม่ยอมแพ้ จัดไปมากถึง 40 ประตูในลีก แต่หากนับรวมทุกรายการคือ 53 ลูกเลยทีเดียว

17. ลีโอเนล เมสซี : ฤดูกาล 2011-12

Barcelona's Argentinian forward Lionel Messi holds the European Golden Boot 2012 award for best European goalscorer of the 2011-2012 season before the Spanish league football match FC Barcelona vs Celta de Vigo at the Camp Nou stadium in Barcelona on November 3, 2012. AFP PHOTO / LLUIS GENE (Photo credit should read LLUIS GENE/AFP/Getty Images)

ยิงได้ : 50 ประตู

ในลีก : ลาลีกา สเปน

สโมสร : บาร์เซโลนา

อย่างไรก็ตาม ปีถัดมา เมสซี นั้นก็ไม่ได้ปล่อยให้ โรนัลโด ยิ่งใหญ่แต่เพียงผู้เดียว เพราะเขาได้จัดการทวงคืนรางวัลรองเท้าทองคำมาได้ พร้อมทั้งจัดไปมากถึง 50 ประตูในลีก และ 73 ประตูจากทุกรายการ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เวอร์วังอลังการสุด ๆ ไปเลย

18. ลีโอเนล เมสซี : ฤดูกาล 2012-13

Barcelona's Argentinian forward Lionel Messi poses after receiving his Golden Boot 2013 award, presented to Europes best goal scorer of the 2012-2013 season on November 20, 2013 in Barcelona. AFP PHOTO/ LLUIS GENE (Photo credit should read LLUIS GENE/AFP/Getty Images)

ยิงได้ : 46 ประตู

ในลีก : ลาลีกา สเปน

สโมสร : บาร์เซโลนา

หลังจากที่ อองรี เคยคว้ารางวัลนี้ 2 สมัยติดต่อกันมาแล้วเมื่อเกือบสิบปีก่อน ปี 2013 เจ้าหนูต่างดาวก็จัดการทำให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมสถิติการยิงไป 46 ลูกในลีก 60 ลูกจากทุกรายการ พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ลีก, ได้บัลลงดอร์, นักเตะยอดเยี่ยม ลาลีกา และอีกเพียบจนนับไม่หมด

19. คริสเตียโน โรนัลโด้ (ร่วม) : ฤดูกาล 2013-14

MADRID, SPAIN - NOVEMBER 05: Cristiano Ronaldo of Real Madrid CF kisses his Golden Boot 2014 award at Melia Castilla hotel on November 5, 2014 in Madrid, Spain. Cristiano Ronaldo's 31 strikes in La Liga last season have given him his third Golden Boot award. This year he has shared the award with FC Barcelona player Luis Suarez for the best scorer in Europe. Both players have scored the same number of goals thorough 2013-2014 season. (Photo by Gonzalo Arroyo Moreno/Getty Images)

ยิงได้ : 31 ประตู

ในลีก : ลาลีกา สเปน

สโมสร : เรอัล มาดริด

เมื่อศัตรูที่รักของ โรนัลโด้ ครองความยิ่งใหญ่มาต่อเนื่อง 2 ปี เขาที่เป็นคนไม่ชอบยอมแพ้ จึงได้เร่งปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาจนได้กลับมาเป็นเจ้าของ รองเท้าทองคำ ปี 2014 นี้ได้สำเร็จ แถมยังพาทีมคว้าถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ลีก มาครอง พร้อมพ่วงบัลลงดอร์ อีกด้วย

20. หลุยส์ ซัวเรซ (ร่วม) : ฤดูกาล 2013-14

Barcelona's Uruguayan forward Luis Suarez (C) with his wife Sofia Balbi (2L), former Liverpool's coach Kenny Daglish (2R), Barcelona's President Josep Maria Bartomeu (R) and Marca's director Oscar Campillo (L) after receiving the 2014 Golden Boot, awarded to the European football competition's best goal scorer over the 2013-2014 season, on October 15, 2013 in Barcelona. AFP PHOTO/ LLUIS GENE (Photo credit should read LLUIS GENE/AFP/Getty Images)

21. คริสเตียโน โรนัลโด้ : ฤดูกาล 2014-15

Real Madrid's Portuguese forward Cristiano Ronaldo poses with his fourth European Golden Shoe in Madrid, on October 13, 2015. Cristiano, who ended the season with 48 goals from 35 appearances, won the Golden Shoe in 2008 while he was at Manchester United, in 2011 with Real Madrid and shared it with Luis Suarez last year. AFP PHOTO / JAVIER SORIANO (Photo credit should read JAVIER SORIANO/AFP/Getty Images)

ยิงได้ : 48 ประตู

ในลีก : ลาลีกา สเปน

สโมสร : เรอัล มาดริด 

และในปีล่าสุด คริสเตียโน โรนัลโด้ ก็สร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่อง สมัครmm888 ด้วยผลงานการยิงไปได้ 48 ประตูในลีก 61 ประตูจากทุกรายการ ซึ่งถึงแม้ทีมจะไม่ประสบความสำเร็จอะไร แต่ส่วนตัวเขาแล้วต้องบอกว่ายิ่งใหญ่สุด ๆ เพราะมีทั้ง บัลลงดอร์ กับ โกลเดน บูท สองสมัยซ้อน พ่วงรางวัล นักเตะยอดเยี่ยมยุโรป, ยอดเยี่ยมโลกอีก 2 สถาบัน ฯลฯ เจ้าของรองเท้าทองคำในอดีต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

MM88UP Application Icon