MM88UP Splash Screen Icon

เมนู

เพราะ ‘วิกฤตโควิด-19’

เพราะ 'วิกฤตโควิด-19'

5ประเด็นฟุตบอลลีกไทยอาจพัง

เพราะ ‘วิกฤตโควิด-19’ ว่ากันว่า ไวรัส “โควิด-19” อาจทำให้วงการฟุตบอลลีกทั่วโลกไปต่อไม่ได้ และส่งผลกระทบครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลไปเลย ลองมาดู 5 ประเด็น วิกฤตโควิด-19 ฟุตบอลลีกไทยอาจเปลี่ยนรูปแบบเพราะพิษไวรัสตัวนี้ก็เป็นได้

1. การแพร่กระจายของเชื้อไวรัส “โควิด-19” ทำให้ต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ “Social Distancing” หากว่าฟุตบอลต้องกลับมาแข่งอีกครั้งคงจะต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยเฉพาะแฟนบอลที่จะต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่างกัน อาจต้องขายตั๋วแบบเว้นช่องไฟ จำนวนผู้ชมจะถูกหาร 2 จากความจุของสนามทันที สโมสรเก็บค่าตั๋วได้แค่ครึ่งเดียว หายไป 50 เปอร์เซนต์

2. แข่งแบบเดิมให้แฟนบอลเข้าชม แต่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคมรายได้ก็หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว หากว่าต้องแข่งแบบปิด ห้ามแฟนบอลเข้าสนามเลย สโมสรจะขาดรายได้จากค่าตั๋วทันที เงินค่าผ่านประตูหายไป 100 เปอร์เซนต์ทันที

3. ระบบเดิมที่ยังไม่มี โควิด-19 ส่วนใหญ่สโมสรจะเซ็นสัญญากับนักเตะไปจนจบฤดูกาล สัญญาถึงเดือน ต.ค.63 เซ็นไว้ 10 เดือน แต่พอมาเจอพิษไวรัส ระบบลีกรวนทันที กลายเป็นว่าต้องไปเริ่มอีกทีเดือน ก.ย.63 ไล่ไปจนถึง พ.ค. 64 ทำให้สโมสรต้องจ่ายเงินเต็มเดือนเพิ่มอีก 10 เดือนในช่วงแข่งขันจริง ( ก.ย.63 – พ.ค.64 ) และต้องจ่ายเงินเดือนแบบ 50 เปอร์เซนต์ให้อีก 5 เดือนในช่วงที่หยุดโควิด-19 ( เม.ย. – ส.ค.63) แต่หากว่าขยับร่นให้จบเร็วกว่าเดิม คือแบบรวบรัดให้จบใน ธ.ค.63 หรือเต็มที่เป็น ม.ค.64 จะเป็นประโยชน์กับสโมสรเกี่ยวกับการจบสัญญานักเตะได้ง่ายขึ้นแน่นอน

4. หลายทีมจากหลายๆลีกยอมปล่อยให้นักเตะต่างชาติเดินทางกลับบ้านเกิด ทำไมถึงต้องปล่อยกลับ เพราะ 1.ลีกหยุดยาวแน่ๆ 5 เดือนเป็นอย่างต่ำ และ 2.เงินเดือนโดนปรับลด 50 เปอร์เซนต์ตามแนวทางของ ส.บอลฯ จึงเลือกกลับบ้านดีที่สุด แต่ก็ต้องเซฟตัวเองให้ดี ไม่ให้ตัวเองเสี่ยงที่จะรับเชื้อ เพราะสิ่งแรกที่ต้องเสียไปคือเสียเวลา 28 วันหรือเกือบๆ 1 เดือนในการใช้เวลากักตัว ทั้งขาไปที่กลับบ้าน 14 วัน และขากลับมาที่เมืองไทยอีก 14 วัน

5. เชื่อว่าวงการฟุตบอลลีกทั่วโลกกำลังรอดูโมเดลจากลีกใหญ่ชาติใดสักชาติหนึ่งว่าจะตัดสินใจทำอย่างไร จะแข่งต่อด้วยวิธีไหน ใช้สนามกลางพร้อมมาตรการป้องกันแบบคุมเข้มไหม หรือจะเตะแบบปิดลดการรวมตัวของผู้คน ก่อนจะนำมาปรับใช้กับลีกของชาติตัวเองให้ได้มากที่สุด เชื่อว่าทุกคนคงอยากกลับไปดูฟุตบอลแล้วตอนนี้

สถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน แม้ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศแรกที่เกิดการระบาดจะสามารถควบคุมการระบาดได้สำเร็จ แต่ในเวลานี้โควิด-19 กำลังระบาดอย่างรุนแรงในทวีปยุโรป แน่นอนว่าการที่ผู้คนมากหมายมากระจุกตัวกันในสถานที่เดียว อาจกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อขนาดใหญ่ได้ ทำให้รัฐบาลหลายประเทศได้ออกมาตรการให้งดการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก มาตรการนี้ส่งผลอย่างยิ่งกับวงการฟุตบอลที่มีการแข่งขันในทุกสุดสัปดาห์ที่อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายในฤดูกาล 2019-2020 ที่กำลังชี้เป็นชี้ตายว่าทีมไหนจะได้แชมป์ อยู่รอดในลีก ตกชั้น หรือได้โควตาไปเล่นในระดับทวีป

ล่าสุดเชื้อโควิด-19 ได้แพร่ระบาดในวงการฟุตบอลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ทางรัฐบาลร่วมมือกับผู้จัดการแข่งขันออกมาตราการควบคุมการระบาด เนื่องจากการแข่งขันฟุตบอล 1 นัด คือการรวมตัวของแฟนบอลจำนวนมากในสนาม ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด จึงมีมาตราการควบคุมการแพร่เชื้อในสนามฟุตบอล ยกตัวอย่างเช่น การเลื่อนการแข่งขันออกไปแบบไม่มีกำหนด และการแข่งขันโดยไม่มีแฟนบอลในสนาม แต่หากร้ายแรงถึงขั้นไม่สามารถควบคุมได้อาจมีการยกเลิกการแข่งขัน ซึ่งตอนนี้ฝ่ายจัดการแข่งขันยังไม่ได้มีผลสรุปว่าการแข่งขันที่เหลือจะทำอย่างไร

วงการฟุตบอลอิตาลีน่าจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุด หลังอิตาลีเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในยุโรป โดยตอนนี้มีการยืนยันการติดเชื้อในนักฟุตบอลรายแรกของโลกในสโมสรยูเอส ปิอาเนเซ่ เอเอสดีจากลีกเซเรียซี ในขณะที่ ‘กัลโช่ เซเรียอา’ ลีกสูงสุดมีการยืนยันว่าผู้เล่นในลีกสูงสุดติดเชื้อในระดับสโมสร 11 คน มาจากสโมสรซามพ์โดเรีย 7 คน ฟิออเรจิน่า 3 คน และยูเวนตุส 1 คน ทำให้ในตอนนี้ทางลีกกัลโซ่ประกาศเลื่อนการแข่งขันออกไป ตามมาตรการสาธารณสุขของจูเซปเป้ คอนเต้ นายกรัฐมนตรีของอิตาลี ซึ่งมีผลในการแข่งขันกีฬาทุกรายการในอิตาลีรวมถึงการแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกและยูโรป้าลีกด้วย

ทางฝั่งวงการฟุตบอลอังกฤษก็เจอปัญหาไม่ใช่น้อย เมื่อพรีเมียร์ลีกประกาศเลื่อนการแข่งขันถึงวันที่ 30 เมษายน หลังสถานการณ์โควิด-19 ในอังกฤษ ระบาดอย่างหนัก รวมถึงมีการติดเชื้อในระดับสโมสร  ในกรณีของทีมสิงโตน้ำเงินคราม ‘เชลซี’ ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า ‘คัลลัม ฮัดสัน–โอดอย’ ปีกดาวรุ่งของทีมติดเชื้อโควิด-19 กลายเป็นนักเตะคนแรกของพรีเมียร์ลีกที่ติดเชื้อ ทางฝั่งสโมสรเจ้าปืนใหญ่ ‘อาร์เซนอล’ ได้ทำการปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม และสนามซ้อม หลัง ‘มิเกล อาร์เตตา’ กุนซือชาวสเปนของสโมสรได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ ในขณะที่หลายทีมในอังกฤษกำลังเผชิญปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาทิ เลสเตอร์ ซิตี้ประกาศส่งบุคลากรทั้งหมดตรวจเชื้อโควิด-19 หลังมีนักเตะของทีม 3 คนมีอากาศคล้ายผู้ติดเชื้อ เบนจามิน เมนดี้ แบ็กซ้ายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ขอแยกตัวจากสโมสรหลังญาติของเมนดี้ติดเชื้อโควิด-19

ในประเทศสเปนซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการระบาดหนัก โดยทาง ลาลีกา สเปน ประกาศเลื่อนการแข่งขันเป็นเวลา 2 สัปดาห์เพื่อควบคุมการระบาด และสโมสรต่างๆในสเปนได้ทำการตรวจเชื้อนักเตะและสตาฟโค้ชของทีม โดยเฉพาะทีมที่มีโปรแกรมแข่งขันในอิตาลี ซึ่งตอนนี้ทางสโมสรบาเลนเซียออกมาประกาศว่า ‘เอเซเกล การาย’ ปราการหลังชาวอาร์เจนตินา ติดเชื้อโควิด-19 เป็นคนแรกในลาลีกา และมีประกาศเพิ่มเติมว่ามีนักเตะและสตาฟโค้ชของสโมสรบาเลนเซียกว่า 35 คน ติดเชื้อ จากการเดินทางไปแข่งฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่อิตาลีในเกมที่เจอกับอตาลันตา

ในขณะที่ลีกอื่นๆ ในยุโรปได้ประกาศเลื่อนการแข่งขันหลังจากสถานการณ์โควิด -19 ในยุโรปทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งบุนเดสลีกาในเยอรมนี ลีกเอิงในฝรั่งเศส และลีกอื่นๆ ในทวีปยุโรปที่ต่างเลื่อนหรือประกาศยกเลิกการแข่งขัน อย่างไรก็ตามยังมี ‘เบรารุเซียน พรีเมียร์ลีกในประเทศเบรารุส’ ที่ยังคงจัดการแข่งขันตามปกติ ภายใต้มาตรการคัดกรองกลุ่มแฟนบอลที่จะเข้าสนามฟุตบอลทั้งการตรวจอุณหภูมิและการสวมอุปกรณ์ป้องกันก่อนเข้าชมการแข่งขัน ทำให้ในเวลานี้มีหลายประเทศได้ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลในเบรารุส ทำให้มูลค่าตลาดและความนิยมของฟุตบอลในเบรารุสเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางวงการฟุตบอลที่ซบซำลงจากสถานการณ์โควิด-19

การเลื่อนการแข่งขันฟุตบอลที่อาจจะถึงขั้นยกเลิกการแข่งขันคงเป็นฝันร้ายของสโมสรฟุตบอล โดยเฉพาะสโมสรยักษ์ใหญ่ที่มีฐานแฟนบอลและมูลค่าการตลาดที่สูงมาก ในแง่ของรายได้ที่สูญเสียไปจากการขายตั๋วฟุตบอล ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ กลายเป็นต้นทุนที่อาจจะไม่เพียงพอต่อการทำทีมในอนาคตข้างหน้า อีกทั้งสโมสรยังคงแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งค่าเหนื่อยที่สูงลิ่วของนักฟุตบอลและสตาฟโค้ช ค่าใช้จ่ายในการบริหาร งบประมาณในการเสริมทีม และค่าบำรุงดูแลอุปกรณ์ต่างๆ ของสโมสร

ยกตัวอย่างกรณีของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ลีกฟุตบอลที่มีฐานแฟนคลับและมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ราวๆ 3 พันล้านปอนด์ แต่หลังจากมีการเลื่อนการแข่งขัน 9 นัดสุดท้ายออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้รายได้จากการขายตั๋ว และจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันที่เหลือหายไปด้วย คาดว่าทั้ง 20 ทีมในพรีเมียร์ลีกจะสูญเสียรายได้จากค่าตั๋วการแข่งขันประมาณ 160.65 ล้านปอนด์ (6,556.14 ล้านบาท) และค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดราวๆ 203.6 ล้านปอนด์ (8,308.9 ล้านบาท) นอกจากนี้ทางพรีเมียร์ลีกยังคาดการณ์ว่าฤดูกาลนี้อาจเสียหายจากการไม่มีการแข่งขัน 9 นัดที่เหลือสูงถึง 1.137 พันล้านปอนด์ (42.7 หมื่นล้านบาท) จากค่าชดเชยให้กับสถานีโทรทัศน์ที่ถือสิทธิ์ถ่ายทอดสดเกือบ 762 ล้านปอนด์ (31,097.2 ล้านบาท) ค่าตั๋วการแข่งขัน และเงินชดเชยให้กับสปอนเซอร์

อีกหนึ่งกรณีคือวงการฟุตบอลในเยอรมนีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยทางคริสตอฟ บรอยเออร์ ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจการกีฬา ประเมินความเสียหายของวงการฟุตบอลเยอรมนี ที่สโมสรฟุตบอลในบุนเดสลีกาและลีกา 2 อาจสูญเสียรายได้รวม 1.4 พันล้านยูโร (50,146 ล้านบาท) คาดว่าหลังผ่านวิกฤตโรคระบาดไปได้ สโมสรระดับเล็กและระดับกลางของเยอรมนีอาจถึงขั้นล้มละลาย

จากทั้ง 2 กรณีที่หยิบมาคงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าสโมสรฟุตบอลทุกทีม ไม่ได้เฉพาะแค่ในยุโรป กำลังเจอกับปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง เนื่องจากรายได้หลักของสโมสรขาดหายไปทั้งค่าตั๋วการแข่งขัน ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และค่าขายของที่ระลึก เมื่อเทียบกับรายจ่ายจำนวนมหาศาลที่สโมสรแบกรับไว้ ยากมากที่สโมสรระดับกลางและระดับเล็กจะสามารถแบกรับหนี้ก้อนนี้ไว้ได้ ทำให้ในหลายสโมสรเริ่มมีมาตรการลดต้นทุนต่างๆ รักษาสภาวะการเงินของสโมสรตั้งแต่การหักเงินเดือนของนักเตะและสตาฟในสโมสร ไปจนถึงการเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาทางการเงินหรือปล่อยสินเชื่อให้กับสโมสรฟุตบอล เช่น ในกรณีของพรีเมียร์ลีกกำลังเสนอให้มีการลดค่าเหนื่อยของนักเตะประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งจะสามารถลดความเสียหายไปได้มากถึง 570 ล้านปอนด์ และหากกลับมาแข่งขันได้ตามปกติทางสโมสรจะคืนเงินเต็มจำนวนให้กับนักเตะ โดยตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างเจรจากับนักเตะในพรีเมียร์ลีกโดยตรง เพราะ ‘วิกฤตโควิด-19’

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

MM88UP Application Icon