MM88UP Splash Screen Icon

เมนู

แดนผู้ดี

แดนผู้ดี

5 แข้ง “แมนยูฯ” ที่ถูกยกย่องน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

แดนผู้ดี ออกมาเผยรายชื่อ 5 แข้งของ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ยอดทีมแดนผู้ดี ที่ถูกยกย่องน้อยกว่าที่ควรจะเป็นถ้าเทียบกับผลงานของพวกเขาเหล่านั้นทำไว้กับทีม Manchester Evening News สื่อท้องถิ่นแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ได้ออกมาจัดรายชื่อ 5 นักเตะของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ถูกยกย่องน้อยเกินไปกว่าที่ควร ถ้าเทียบกับผลงานที่พวกเขาเหล่านั้นทำไว้กับทีม

1.ราฟาเอล ดา ซิลวา

ก้าวขึ้นมาในฐานะตัวตายตัวแทนของ แกรี เนวิลล์ พร้อมรับเสื้อหมายเลข 2 ไปเป็นกรรมสิทธิ์ ซึ่งแม้ด้วยรูปร่างที่ค่อนข้างเล็ก แต่ใจใหญ่ เล่นได้อย่างดุดัน แข็งกร้าว ทุ่มเทเกินร้อย ช่วงหลังอาจมีอาการบาดเจ็บ แต่โดยรวมยังไงเขาก็สมควรมีที่ยืนในทีมแน่ๆ แต่มาถึงยุค หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์จอมปรัชญาดันทะลึ่งขายนักเตะทิ้งซะอย่างนั้น

บางครั้งแฟนบอลอาจเคยได้ยินฉายา “พี่น้องเนวิลล์แห่งบราซิล” ซึ่งอาจทำให้แฟนๆ สงสัยว่าพวกเขาเป็นใคร แต่เมื่อถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2008 แฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป เมื่อได้เห็นโฉมหน้าของคู่แฝด ดา ซิลวา และฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของพวกเขา

ราฟาเอล เกิดที่เมือง เปโทรโปลิส, ริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล เขาก็เหมือนกับคู่แฝดของเขาที่ติดทีมชาติบราซิลชุดเยาวชน และเขาก็ได้ลงเล่นนัดแรกให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในนัดอุ่นเครื่องที่พบกับปีเตอร์โบโร่

การลงเล่นนัดแรกให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของพวกเขา ทำให้การรอคอยที่ลงเล่นในสนามของพวกเขาจบลง เมื่อพวกเขาไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมต้นสังกัดมาเกือบ 1 ปี เพราะ ฟลูมิเนนเซ่ สโมสรเดิมของพวกเขาเก็บตัวเขาไว้เพื่อเตรียมจะย้ายมาเล่นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่แม้ว่าจะตกลงการย้ายทีมกันมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2008 แล้วแต่การเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการก็เพิ่งเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2008 เนื่องจากการดำเนินการเรื่องการยื่นขอเวิร์ค เพอร์มิต

หลังจากการลงเล่นในเกมพบกับ ปีเตอร์โบโร่ ผู้จัดการทีมปีศาจแดงก็ให้สัมภาษณ์ชื่นชมเขาว่า “ถือเป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้เราจริงๆ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงเล่นในสนามมาเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ในเกมนี้เขาก็ได้เล่นเต็ม 90 นาที คุณรู้ไหมเกมฟุตบอลเป็นยังไง บางครั้งเราก็ได้เห็นดาวเจิดจรัสได้ในเกมแบบนี้ จากหลักฐานของเกมในคืนนี้ผมคิดว่าเรามีนักเตะที่ดีที่นี่อีกคนแล้วล่ะ”

เขาและคู่แฝดของเขาถูกค้นพบโดย เลส เคอร์ชอว์ ผู้บริหารของทีมเยาวชนในช่วงซัมเมอร์ปี 2005 ในขณะที่เขาเล่นให้กับทีมเยาวชนของ ฟลูมิเนนเซ่ ในการทัวร์ฮ่องกง แต่เขาก็ยังคงต้องรอคอยเกมแรกของเขากับทีมชุดใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไป เพราะแม้จะมีชื่อของเขาและคู่แฝด ฟาบิโอ เป็นตัวสำรองในวันที่ 17 สิงหาคม 2008 ในเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แต่เขาก็ยังไม่มีโอกาสได้ลงเล่น แต่ด้วยความสามารถอันเต็มเปี่ยมของพวกเขา ก็คงไม่รออีกนานเท่าไรหรอก

2.โอเวน ฮาร์กรีฟส์

ดาวเตะรายนี้ย้ายจาก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก มาสู่ชายคาแห่งถิ่น โอลด์ แทรฟเฟิร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2007 ด้วยค่าตัวถึง 17 ล้านปอนด์ เขาเป็นนักเตะที่มีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม ขยันสุดๆ มีฟรีคิกที่เรียกได้ว่าคมกริบชนิดไม่แพ้ใครหน้าไหน ตลอดจนเล่นได้หลายตำแหน่ง และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แต่เสียดายที่อาการบาดเจ็บเล่นงาน ตัวเขาไม่เลิกจนต้องจำใจออกจากทีมเมื่อหมดสัญญา

โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ เกิดวันที่ 20 มกราคม 1981 ที่เมือง คัลการี่, อัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา เขาเป็นลูกคนเล็ก (คนที่ 3) ของ มาร์กาเร็ต และ โคลิน ฮาร์กรีฟส์ โดยพ่อของเขาโคลิน เคยเป็นนักเตะเยาวชนของโบลตัน วันเดอร์เรอร์ส และเคยเล่นให้กับคัลการี่ คิกเกอร์ส ในฟุตบอลลีกแคนาดาด้วย ส่วนพี่ชายคนโตของเขา ดาร์เรน ฮาร์กรีฟส์ ก็เคยเล่นให้กับทีมชาติชุดเล็กของแคนาดา แต่โอเว่น แม้ว่าจะเคยเล่นให้กับทีม คัลการี่ ฟุตฮิลล์ส แต่ก็มีโอกาสน้อยที่จะได้พัฒนาความสามารถ

จนกระทั่งวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 เขาก็ย้ายไปร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิค ด้วยวัย 16 ปี เขาเล่นให้กับทีมเยาวชนชุดอายุไม่เกิน 19 ปีของบาเยิร์น อยู่ 2 ปีครึ่ง แล้วจึงขึ้นมาเล่นกับทีมสำรองอีก 6 เดือน จากนั้นในวันที่ 12 สิงหาคม 2000 ฮาร์กรีฟส์ ก็ได้ลงเล่นนัดแรกในบุนเดสลีกา โดยถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นแทน คาร์สเท่น ยังก์เกอร์ ในนาทีที่ 83 จากนั้นอีก 1 เดือนเขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกในเกมที่พบกับ อันเตอร์เฮชิง และในฤดูกาลนั้นบาเยิร์น ก็ได้แชมป์บุนเดสลีกา และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ฮาร์กรีฟส์ ซึ่งมีแม่เป็นชาวเวลส์ จึงสามารถที่จะลงเล่นให้ทีมชาติใดก็ได้ในเกาะอังกฤษหรือเขาจะเลือกเล่นให้ทีมชาติแคนาดา ก็ได้ นอกจากนี้หากเขารอซักช่วงเวลาหนึ่งก็จะสามารถลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมัน ได้เช่นกัน แต่เขาก็เลือกที่จะเล่นให้ประเทศซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อเขาคือ อังกฤษ และในวันที่ 31 สิงหาคม 2000 ทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปีภายใต้การคุมทีมของ โฮเวิร์ด วิลกินสัน ก็เรียกเด็กหนุ่มวัย 19 ปีจากบาเยิร์น มิวนิค ผู้นี้ติดทีมชาติและลงเล่นให้กับเกมที่พบกับจอร์เจีย โดยทีมชาติอังกฤษ เอาชนะไปได้ 6 – 1

ในช่วงฤดูกาลแรกของเขากับทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิค ฟอร์มการเล่นของเขาในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบกับรีล มาดริด และต้องพบกับนักเตะดังๆ อย่าง หลุยส์ ฟิโก้ และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส แต่เขาก็ทำให้ทุกคนต้องหันมามองเขาด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น เขากลายเป็นนักเตะอังกฤษคนที่ 2 ที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับทีมนอกเกาะอังกฤษ ซึ่งอีกคนหนึ่งก็คือ สตีฟ แม็คมานามาน ซึ่งคว้าแชมป์นี้กับรีล มาดริด

ฮาร์กรีฟส์ ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษเต็มที่นัดแรกในวันที่ 15 สิงหาคม 2001 ในนัดที่พบกับฮอลแลนด์ ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน เขากลายเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษคนแรก (และคนเดียวจนถึงทุกวันนี้) ที่ไม่ได้เล่นกับทีมในลีกอังกฤษ และไม่ได้อยู่ในอังกฤษด้วย ในปี 2001 เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในยุโรป (รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี)

ทักษะความสามารถ
ฮาร์กรีฟส์ เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับ ซึ่งสามารถเล่นเป็นกองหลังก็ได้ เขามีฝีเท้าที่เร็ว มีพละกำลังและความคล่องแคล่ว ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในฟุตบอลยุโรปทำให้เขาเป็นที่สนใจของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมซึ่งกำลังมองหามิดฟิลด์มาแทนที่อดีตกัปตันทีม รอย คีน และในวันที่ 31 พฤษภาคม 2007 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประกาศว่าทีมได้เซ็นสัญญาซื้อตัวเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 17 ล้านปอนด์ หลังจากการเจรจามากว่า 1 ปี โดยเขาจะเข้ามาร่วมเล่นกับทีมตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2007

3.อันเดร์ เอร์เรรา

ช่วงแรกที่เขาย้ายมาจาก แอธเลติก บิลเบา เหมือนจะยังหาตำแหน่งที่ลงตัวไม่ได้ แต่กระนั้นเมื่อเขาถูกตัดแต่งพันธุกรรมทางการฟุตบอลเขาก็กลายเป็นห้องเครื่องตัวรับที่ตามแกะกะคู่แข่งไปทั่วทั้งสนาม ด้วยแพสชั่นที่เกินร้อย และมุมมองที่เข้ากับขนมธรรมเนียมของสโมสรสุดๆ เป็นที่รักของแฟนบอลจนมีกระแสข่าวว่าเขาควรมีลุ้นเป็นหนึ่งในกัปตันทีมคนต่อไปในอนาคตอันใกล้ แต่ทว่าทางสโมสรยื่นสัญญาใหม่ให้เขาช้าไป เนื่องจากหลังตกลงกับ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แล้ว นี่คือการเดินจากไปของนักเตะที่น่าเสียดายต่อทุกฝ่าย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญาคว้าตัว อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์จากแอธเลติก บิลเบา มาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อย ทำให้เขาได้กลายมาเป็นนักเตะคนแรกที่ย้ายเข้ามาร่วมทีมในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล

อันเดร์ เอร์เรร่า เป็นนักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางวัย 24 ปี เขาเกิดที่เมืองบิลเบาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 1989 เขาร่ำเรียนทักษะลูกหนังกับเรอัล ซาราโกซ่า ก่อนที่จะได้เลื่อนขั้นจากชุดสำรองไปติดทีมชุดใหญ่ เขาช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นไปเตะในลา ลีกา ได้ในปี 2009 จากนั้น 2 ปีต่อมา เอร์เรร่าก็ย้ายไปเล่นกับแอธเลติก บิลเบา ทีมในเมืองที่เขาเกิดด้วยค่าตัวตามรายงานคือ 6.6 ล้านปอนด์

เขาเป็นหนึ่งในสามขุนพลในแดนกลางของทีมร่วมกับ ออสการ์ เด มารกอส และ อันเดร์ อิตูร์ราสเป้ เขาเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมยกระดับขึ้นมาได้ในวงการฟุตบอลสเปน รวมถึงในเวทียุโรปด้วย ในฤดูกาลแรกของเอร์เรร่าที่ซาน มาเมส ภายใต้การคุมทีมของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ทางสโมสรได้เป็นรองแชมป์ยูโรป้า ลีก และโกปา เดล เรย์ เขามีอาการบาดเจ็บรบกวนเล็กน้อยในฤดูกาล 2012/13 โดยตอนนั้นมีนักเตะชื่อดังหลายคนย้ายออกจากทีมไป สุดท้ายเอร์เรร่าก็เรียกความฟิตกลับมาช่วยให้ทีมรอดพ้นโซนตกชั้นได้สำเร็จ จากผลงานตอนนั้นทำให้เขาเป็นเป้าสนใจจากหลายสโมสรรวมถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยเช่นกันตามข่าว แต่เพลย์เมคเกอร์รายนี้ก็ตัดสินใจอยู่กับทีมต่อไป โดยในฤดูกาลที่ผ่านมาเขาลงเล่นไป 33 เกม และยิงได้ 5 ประตู ช่วยให้ทีมคว้าอันดับที่ 4 มาครอง

เมื่อเดือนมีนาคม 2012 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของแอธเลติก บิลเบา ในศึกยูโรป้า ลีก เกมนั้นทีมปีศาจแดงแพ้ไป 2-3 ซึ่งต้องยอมรับว่าลูกทีมของบิเอลซ่าเล่นกันได้สุดยอดมาก เอร์เรร่าเองก็ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในค่ำคืนนั้น เขาอยู่ในสนาม 86 นาที และก็ทำแอสซิสต์ให้กับ เด มาร์กอส จากนั้นในเลกที่ 2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็บุกไปพ่ายอีกครั้งที่ซาน มาเมส ทำให้ทีมปีศาจแดงร่วงตกรอบ หลังความพ่ายแพ้ครั้งนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้กล่าวว่า “ความขยันของแอธเลติก บิลเบา ถือว่ามีมากกว่าที่ผมเคยเห็นจากทีมไหนๆ ในยุโรปเลย แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องของความขยันเท่านั้น พวกเขายังมีนักเตะที่ดีมากอยู่ในทีมด้วย พวกเขาจะไปได้ไกล”

เอร์เรร่าติดทีมชาติสเปนมาแล้วทุกระดับยกเว้นทีมชุดใหญ่ เขาเคยลงเล่นร่วมกับ ดาบิด เด เคอา และ ฮวน มาต้า มาแล้วในทีมกระทิงดุชุดยู-21 เขาได้ลงเล่นไป 3 เกมให้กับทีมชาติสเปนชุดลุยโอลิมปิกที่อังกฤษในปี 2012 จากนั้นหลังจากการร่วงตกรอบแบ่งกลุ่มของสเปนในฟุตบอลโลก 2014 ทำให้เริ่มมีการพูดถึงการดันมิดฟิลด์รุ่นใหม่ขึ้นมา บางทีเอร์เรร่าอาจได้ประเดิมสนามในเร็วๆ ก็ได้ หากว่าเขาเกิดทำผลงานได้อย่างเข้าตาที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“อันเดร์เป็นนักเตะดาวรุ่งที่น่ามหัศจรรย์ เขามีพลังขับเคลื่อน และการสร้างสรรค์เกม เราเชื่อว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเตะรุ่นใหม่ที่ดีที่สุดในสเปนตอนนี้ และผมก็มั่นใจว่าเขาจะต้องเอาชนะใจแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แน่ ผมดีใจที่เขาตัดสินใจเดินทางมาที่แมนเชสเตอร์ พร้อมกับเป็นส่วนหนึ่งในอนาคตของสโมสร” ไรอัน กิ๊กส์ กล่าว

เอร์เรร่าพูดถึงการย้ายทีมครั้งนี้ว่า “การเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเหมือนฝันที่เป็นจริง ผมเคยลงเตะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด กับแอธเลติกมาแล้วในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก และนั่นก็ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์การค้าแข้งของผมจนถึงตอนนี้เลย ผมย้ายมาอยู่ที่นี่เพื่อทำทุกอย่างที่สามารถช่วยให้ทีมบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ผมมาถึงที่นี่ตั้งแต่วันอังคาร ผมตื่นเต้นที่จะได้ใช้ชีวิตในเมืองแมนเชสเตอร์ และก็แทบอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ลงเล่นในเสื้อสีแดงอันโด่งดังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”

4.รอนนี ยอร์นสัน

เขาเป็นหนึ่งในขุนพลยุคประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของสโมสรกับทีมชุดทริปเปิ้ลแชมป์เมื่อปี 1998-99 เขาเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ทว่าด้วยชื่อชั้นของคนอื่นๆ อาจดึงความสนใจจากเขาไปจนแทบไม่เหลือ แต่เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่สมควรได้รับการยอมรับเหมือนคนอื่นๆ

รอนนี่ ยอห์นเซ่น เกิดที่เมืองซานเดฟยอร์ด เขาเริ่มต้นฝึกปรือฝีเท้ากับสต็อคเค่ ก่อนที่จะเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งในฐานะกองหน้ากับไอค์-ทอนสเบิร์กในปี 1987 แต่ นิลส์ โยฮัน เซมบ์ ก็จับเขาไปยืนเป็นกองหลังในเวลาต่อมา

ยอห์นเซ่นยังต้องการที่จะเล่นเป็นกองหน้า และเขาก็ได้เล่นตำแหน่งนี้สมใจหลังจากย้ายไปอยู่กับลินซึ่งเป็นทีมระดับทิปเปลิเก้น (ลีกสูงสุดของนอร์เวย์) ในปี 1992 ต่อมาในปี 1994 เขาก็ย้ายไปอยู่กับลิลล์สตรอม ซึ่งที่นั่นเขาก็ถูกใช้งานเป็นเซ็นเตอร์แบ็คเสียส่วนใหญ่

จากนั้นปีต่อมาเขาก็ย้ายไปเล่นกับเบซิกตัส และหลังจากผ่านไปได้ครึ่งฤดูกาลที่ตุรกี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนั้นก็ให้ความสนใจในตัวเขา ยอห์นเซ่นยังไม่ได้ย้ายไปในครั้งแรก เนื่องจากข้อเสนอถูกปฏิเสธ แต่ในที่สุดปี 1996 เขาก็ได้ย้ายมาเล่นกับทีมปีศาจแดงด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 1.2 ล้านปอนด์ ทำให้เขากลายเป็นกองหลังชาวนอร์เวย์ที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ทันที

ในการค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาคว้าแชมป์ลีกไป 4 สมัย (1997, 1999, 2000 และ 2001), เอฟเอ คัพ 1 สมัย (1999) และเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 1999 ด้วย โดยในเกมรอบรองชนะเลิศที่ออกไปเยือนยูเวนตุส เขาคุมแนวรับในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คได้ดี จนหลายคนมองว่านี่เป็นเกมที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขาเลย จากนั้นในนัดชิงชนะเลิศที่บาร์เซโลน่าเขาก็ยืนจับคู่กับ ยาป สตัม ตลอดเกม

ด้วยอาการบาดเจ็บในฤดูกาล 1999-2000 ทำให้ยอห์นเซ่นแทบไม่ได้ลงเล่นเลย แต่สุดท้ายเขาก็ได้รับเหรียญแชมป์ไปคล้องคอเป็นกรณีพิเศษ แม้ว่าจะได้ลงเล่นไม่ครบ 10 เกมก็ตาม ซึ่งนี่ถือเป็นกรณีเดียวกับ ดิออน ดับลิน เมื่อ 7 ปีก่อนหน้า จากนั้นในฤดูกาลต่อมาเขาก็ได้เหรียญแชมป์ไปครองอีกครั้ง

สัญญาของเขาหมดลงในฤดูกาล 2001-2002 ซึ่งทำให้เขาสามารถย้ายทีมออกไปได้แบบไร้ค่าตัว ตลอดการค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด กองหลังชาวนอร์เวย์รายนี้ยิงประตูไป 8 ลูกรวมทุกรายการ โดยลูกแรกมาจากเกมแชริตี้ ชิลด์ ที่พบกับเชลซีในเดือนสิงหาคม 1997

ปี 2002 ยอห์นเซ่นได้ไปทดสอบฝีเท้ากับชาลเก้ 04 ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมชาติอย่าง ออยวินด์ ลีออนฮาร์ดเซ่น แต่สุดท้ายเขาก็ได้เซ็นสัญญากับแอสตัน วิลล่า เขายิงประตูให้กับทีมสิงห์ผยองได้ด้วยในเกมที่เจอกับลีดส์ ยูไนเต็ด เดือนกุมภาพันธ์ 2004 หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปเล่นกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ซึ่งก็ได้ลงเล่นเพียงไม่กี่นัดเท่านั้นเนื่องจากมีปัญหาด้านสภาพความฟิต

เดือนกุมภาพันธ์ 2005 ยอห์นเซ่นประกาศแขวนสตั๊ด แต่แล้วก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาเมื่อวาเลเรนก้าของนอร์เวย์ยื่นสัญญา 1 ปีให้กับเขา ที่นั่นเขาทำผลงานได้ดีจนได้รับการต่อสัญญามาตลอดจนถึงปี 2008 ยอห์นเซ่นตัดสินใจแขวนสตั๊ดอีกครั้งในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2008 โดยในเกมสุดท้ายวาเลเรนก้าแพ้ต่อเอสเค บรานน์ ไป 0-1

สำหรับในระดับทีมชาตินั้น ยอห์นเซ่นซึ่งไม่เคยลงเล่นในระดับเยาวชนใดๆ มาก่อนได้ประเดิมทีมชาตินอร์เวย์ชุดใหญ่นัดแรกในเกมอุ่นเครื่องกับสวีเดนในปี 1991 โดยเขาเล่นทั้งเป็นปีก, กองหน้า และมิดฟิลด์ในช่วงแรกๆ ก่อนที่จะมาลงหลักปักฐานในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค

ยอห์นเซ่นมีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมผ่านเข้ารอบไปเตะฟุตบอลโลก 1994 โดยในรอบคัดเลือกที่เจอกับโปแลนด์ เขาลงเล่นเป็นกองหน้า และยิงให้ทีมเอาชนะไป 3-0 พาทีมผ่านเข้าไปเตะรอบสุดท้ายได้สำเร็จ แต่ก็น่าเสียดายที่เขาไม่ได้มีชื่อติดในทีมชุดที่ไปเตะที่สหรัฐอเมริกาด้วย

4 ปีต่อมา ยอห์นเซ่นได้ไปเตะฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายสมใจสักทีในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค โดยรวมแล้วเขาลงเล่นให้ทีมชาตินอร์เวย์ไป 61 เกม จนถึงเดือนพฤษภาคม 2004 ที่พบกับเวลส์ แต่ 3 ปีต่อมาเขาก็กลับมาติดทีมชาติอีก โดยได้ลงเล่นตลอดเกมที่เจอกับอาร์เจนตินา นั่นเป็นเกมสุดท้ายในระดับทีมชาติของยอห์นเซ่นด้วยวัย 38 ปี 73 วัน ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่ติดทีมชาตินอร์เวย์เป็นอันดับที่สองรองจาก กุนนาร์ โธเรเซ่น

5.ไรมอนด์ ฟาน เดอ ฮาว

จริงอยู่ที่ ปีเตอร์ ชไมเคิล เป็นผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร แต่กระนั้นในรายของ ไรมอนด์ ฟาน เดอ ฮาว ก็สมควรที่จะถูกยกย่องเช่นกัน เพราะเขาก็จัดเป็นอีกหนึ่งนายทวารที่ฝีมือดีและดีเกินกว่าจะเป็นมือสอง และไม่น่าแปลกใจที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ให้เขาขึ้นมาครองมือหนึ่งอยู่ช่วงหนึ่ง หลังการย้ายออกไปจากของ ปีเตอร์ชไมเคิล.

ไรมอนด์ ฟาน เดอร์ ฮาว เริ่มต้นอาชีพผู้รักษาประตูกับโก อเฮด อีเกิ้ลส์ หลังจากที่ลงเล่นไป 97 เกมในลีก เขาก็ย้ายไปเล่นให้กับวิเทสส์ ซึ่งตอนนั้นเตะอยู่ในดิวิชั่น 2 เขาพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเตะในลีกสูงสุดของฮอลแลนด์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ฤดูกาล แถมยังได้ผ่านรับคัดเลือกไปเตะยูฟ่า คัพ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

หลังจากที่ทำผลงานได้ดีในลีกบ้านเกิด ฟาน เดอร์ ฮาว ก็ถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงตัวเข้ามาแทนที่ โทนี่ โคตัน ที่ย้ายไปซันเดอร์แลนด์ด้วยค่าตัว 500,000 ปอนด์ เขาได้ลงเล่นนัดแรกกับทีมปีศาจแดงเมื่อวันที่ 21 กันยายน 1996 เป็นการพบกับแอสตัน วิลล่า ซึ่งทีมก็ทำคลีนชีทได้ด้วย

เวลาส่วนใหญ่ของเขาต้องนั่งเป็นตัวสำรองให้กับ ปีเตอร์ ชไมเคิล แต่หลังจากที่นายทวารชาวเดนมาร์กย้ายทีมออกไป ฟาน เดอร์ ฮาว ก็ได้ลงเล่นมากพอที่จะได้รับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ ลีก ในฤดูกาล 1999-2000 หลังจากที่ผู้รักษาประตูที่เข้ามาใหม่อย่าง มาร์ค บอสนิช ทำผลงานได้ไม่ดีจนถูกดร็อป

แต่แล้วในฤดูกาลต่อมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไปคว้าตัว ฟาเบียง บาร์กเตซ เข้ามาอีก แถมยังมี รอย แคร์โรลล์ อีกคนที่ย้ายเข้ามา ทำให้โอกาสของ ฟาน เดอร์ ฮาว ลดน้อยลงไป เขาได้ลงเล่นนัดสุดท้ายกับทีมปีศาจแดงคือวันที่ 11 พฤษภาคม 2002 กลายเป็นนักเตะที่ลงเล่นด้วยอายุมากที่สุดของสโมสรในตอนนั้นหลังผ่านยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมแล้วตลอด 6 ปีกับทีมปีศาจแดง เขาลงเล่นในเกมระดับแข่งขันจริงไปทั้งหมด 61 นัด

ฟาน เดอร์ ฮาว แขวนถุงมือกับทีมอเพลดอร์นในบ้านเกิดเมื่อปี 2007 จากนั้นก็มารับงานเป็นโค้ชผู้รักษาประตูให้กับซันเดอร์แลนด์อยู่ 2 ปี และทุกวันนี้เขาก็รับหน้าที่นั้นอยู่กับทีมวิเทสส์ที่เคยปลุกปั้นเขาขึ้นมานั่นเอง แดนผู้ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

MM88UP Application Icon